Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่

Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่

Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่
แนว : เทพนิยาย, แฟนตาซี, ผจญภัย
ผู้กำกับ : กาย ริตชี (Guy Ritchie)
ดารานำ : มีนา แมสซูด (Mena Massoud) , วิล สมิธ (Will Smith)
กำหนดฉาย : 24 เดือนพฤษภาคม 2019
กลับมาให้พวกเราหายคิดถึงกันแล้วกับภาพยนตร์อนิเมชั่นของดิสนีย์ Aladdin
อนิเมชั่นเก่าของดิสนีย์เมื่อปี 1992
ก็ได้ถูกนำกลับมาสร้างใหม่ในโปรเจคท์หนังไลฟ์-แอ็คชั่น Aladdin
ฉบับคนแสดง และก็แน่นอนว่าบุคคลที่เข้ามารับงานดูแลคือ กาย ริตชี (Guy Ritchie)
ผู้กำกับหนังร้อยล้านเรื่อง Sherlock Holmes 2009
ได้กลับมาโชว์ผลงานกันอีกทีในภาพยนตร์อนิเมชั่นฉบับคนแสดง Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่
สำหรับ Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่
เพิ่งจะประกาศปิดกล้องไปเมื่อเร็วๆนี้
แล้วก็พร้อมปล่อยตัวอย่างออกมาให้พวกเราได้ชมกัน ไปชมเลย!
ตัวอย่าง https://youtu.be/9g5knnlF7Zo
โดย Aladdin 2019 – เทพนิยายยักษ์จินนี่ จะมีการดัดแปลงและก็โครงสร้างต่างๆ
มาจากการ์ตูนเด็กเช่นเดียวกับ Beauty and the Beast และ Cinderella
เรื่องราวต่างๆก็อาจจะถ่ายทอดออกมาให้เหมือนต้นฉบับเหมือนเคย
เรื่องย่อ Aladdin พูดถึงเรื่องราวของ อะลาดิน
หนุ่มหัวขโมยที่ได้เดินทางอยู่กลางทะเลทรายและได้พบกับถ้ำปริศนาทางเข้ารูปสิงโตน่าเกรงขาม
อะลาดิน ได้เดินเข้าไปสำรวจกับทำให้เขาต้องตกใจเมื่อได้พบกับกองสมบัติมหาศาลกลาดเกลื่อนเต็มไปหมด
และที่สำคัญที่สุดเขาได้พบกับตะเกียงวิเศษที่ได้ขังยักษ์จินนี่เอาไว้
คนที่ครอบครองตะเกียงจะสามารถขอพรแก่เจ้าของตะเกียงได้ 3 ประการ อะลาดิน
ดึงได้เริ่มขอให้ตนพิชิตใจเจ้าหญิงแต่ระหว่างภารกิจพิชิตใจเขาต้องถูกพ่อมดที่ต้องการครองตะเกียงขัดขวางตลอดเวลา…

Read More
รีวิว Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน

รีวิว Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน

เรียกได้ว่ากระแสจากเมืองนอกที่ได้ดูก่อนบ้านนั้นออกมาดีเลยทีเดียว สำหรับ Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน ผลงานการกำกับภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของ คาร์ลอส โลเปซ เอสตราดา (Carlos López Estrada) ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีแววว่าจะไปได้ไกล ร่วมด้วยสองนักแสดงที่เป็นเพื่อนซี๊กันทั้งในและนอกจอ ดาวีด ดิกส์ (Daveed Diggs) และ ราฟาเอล คาซาล (Rafael Casal) นอกจากจะแสดงนำแล้ว พวกเขายังร่วมมือกันเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาอีกด้วย

Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน ว่าด้วยเรื่องราวของ คอลลิน ชายหนุ่มที่ต้องผ่านช่วงทัณฑ์บนสามวันสุดท้ายให้ได้ก่อนที่จะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาและเพื่อนซี้จอมแสบอย่าง ไมลส์ ทำงานเป็นพนักงานรับจ้างเคลื่อนย้ายที่ได้แต่เฝ้ามองย่านที่พวกเขาโตมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องรักษามิตรภาพของกันและกันเอาไว้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ทำให้ทั้งคู่เห็นความแตกต่างของกันและกันมากขึ้น

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า Blindspotting จะค่อนข้างอยู่นอกกระแสและบ้านเราอาจจะไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจมากนัก แต่เชื่อเหลือเกินว่าใครที่มองข้ามจนไม่ได้ตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าพลาดมาก หากได้ดูจากตัวอย่างหลายคนอาจจะคิดว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก แต่ก็ขออย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไป เพราะโดยภาพรวมของหนังนั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของสองนักแสดงนำอย่าง ดาวีด ดิกส์ (Daveed Diggs) และ ราฟาเอล คาซาล (Rafael Casal) ที่ถ่ายทอดบทบาทของตัวละครออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เราเชื่อว่าเขาเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ

เหนือสิ่งอื่นใดความดีงามของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่การแสดงของสองคู่หูเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อให้เห็นก็คือความเป็นอื่นที่เกิดกับมนุษย์ในสังคม ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวเสียดสีสังคมผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยการแบ่งแยกสีผิว และสิ่งที่สื่อให้เห็นว่าเรื่องราวอันผิดปกติเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว นั่นก็คือการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติกับคนเหล่านี้ด้วยความไม่เป็นธรรม ลึกไปกว่านั้นคือผู้ถูกกระทำเองก็ยิ่งกดตัวเองให้ต่ำลงไปอีก เสมือนว่าความคิดและสิ่งคนทั้งหลายปฏิบัติต่อเขานั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจขัดขืนได้ นี่จึงเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่เสียดสีสังคม โดยเฉพาะอเมริกาได้อย่างเจ็บแสบ

เชื่อว่าอาจจะมีหลายคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่ได้อินหรือรู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ หรืออาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ได้เกิดขึ้นกับสังคมในบ้านเรา แต่หากนำกลับมาคิดทบทวนดีๆ แล้วก็จะพบว่าเรื่องราวที่อยู่ในสังคมอเมริกันนั้นก็แทบไม่ได้มีความแตกต่างไปจากบ้านเรานัก เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ได้รุนแรงเท่าบ้านเขา และหากกลับมาคิดดูดีๆ อีกรอบก็จะพบว่าเรื่องราวความแตกแยกที่มาจากความแตกต่างระหว่างชนชั้นหรือสีผิวนั้นก็เป็นสิ่งเกิดขึ้นมานานนับตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นเลยก็ว่าได้ หากจะให้ทุกคนมีความเสมอภาคกันไปเสียทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีช่องว่างระหว่างกันน้อยลงเท่านั้นเอง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดหลายคนอาจจะคิดว่านี่มันเป็นภาพยนตร์ที่ออกจะซีเรียสไปมากหรือเปล่า เราอยากดูเรื่องราวที่ให้ความบันเทิงใส่สมองมากกว่าจะหาเรื่องเครียดกว่าเดิมนะ ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะความบันเทิงที่คอหนังจะได้รับนั้นมีอยู่แล้ว โดยเฉพาะลีลาการแร็ปของสองนักแสดงนำบอกได้เลยว่าสุดยอดมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาทั้งสองจะสามารถแร็ปได้อย่างเมามันส์พร้อมๆ ไปกับการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครในขณะนั้นออกมาได้อย่างกินใจ เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ได้ชม Blindspotting ต้องได้อะไรไปมากกว่าความสนุกแน่นอน…

Read More
รีวิว Overlord

รีวิว Overlord

Overlord ปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันดีเดย์
ทหารอเมริกันเข้าปฏิบัติภารกิจเพื่อทำลายกองกำลังของนาซี
แต่แล้วพวกเขาจำต้องมาเจอกับกองกำลังซอมบี้สุดสยดสยองซึ่งเป็นผลมาจากการทดสอบของนาซี
นี่ก็เลยเป็นภารกิจที่เสี่ยงอันตรายรวมทั้งท้าทายมากที่สุด
เพราะถ้าทำไม่เสร็จนั่นหมายถึงชีวิตของพวกเขาและคนในชาติด้วย
พอได้มองเห็นตัวอย่างจนได้มาดูหนัง บอกเลยว่า แอ๊คชั่นมันส์หยดแถมระทึกใจด้วย
โดยเฉพาะฉากสงคราม ระเบิด
ไฟไหม้ต้องบอกว่าจัดเต็มไม่เสียชื่อผู้อำนวยการสร้าง เจ.เจ. เอบรามส์ (J.J. Abrams) จริงๆ
จุดเด่นกว่าหนังสงครามทั่วไป คือ การมีซอมบี้อยู่ในหนัง
เป็นกองทัพผีดิบจากนาซีที่ทำให้หนังดูเด่นขึ้นมา
และการสร้างซอมบี้ทั่วไปจะเป็นแบบติดเชื้อโรคมาจากคนหรือไม่ก็สัตว์แต่อันนี้มาจากน้ำมันที่อยู่ใต้ดิน
ท้ายที่สุดนี้หากใครอยากหนังแอคชั่นมันๆขอคอนเฟิร์มเลยว่า ทำการโอเวอร์ลอร์ด
จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะทุกนาทีในเรื่องนั้นเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก
โหดแบบเลือดสาดสมกับเป็นเรต R มันตั้งแต่ต้นจนจบแน่นอน และก็นักแสดงในเรื่องแม้ว่าเราๆ
ไม่คอยรู้จักมาก แต่นี่อาจจะเป็นจุดพีคมากกว่า เพราะว่าเราจะไม่ต้องนึกมโนอะไรมากไงล่ะ
ไม่ต้องคาดหวังมากว่าเขาจะต้องแสดงบทนั้นบทนี้จริงไหม เพราะฉะนั้นใครชอบดูหนังซอมบี้
ยิงกันเลือดสาด ต้องบอกเลยว่า เรื่องนี้เหมาะมากจริงๆแถมไม่ต้องคิดเยอะอะไรด้วย
เพราะมันมีแต่ยิงกันอย่างเดียวเอง งั้นวันนี้ใครว่างก็รับไปดูกันเลย เพราะหนังเริ่มฉายวันนี้แหละ
วันที่ 8 พ.ย. 2561 นี่แหละ ก็สาวๆคนไหนมีคนที่ชอบ ก็ลองชวนไปดูสิ
เวลายิงกัน ซอมบี้ออกจะได้มีคนให้เกาะให้กอดไง…

Read More
รีวิว โนราห์

รีวิว โนราห์

พูดได้ว่าปลายปีนี้วงการหนังไทยได้รับความพึงพอใจจากคนชอบดูหนังคนไทยมากมาย อย่างเรือง โนราห์
ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดวัฒนธรรมของภาคใต้จากฝีมือการควบคุมของ เอกชัย ศรีวิชัย
ที่มาสืบต่อศิลปะท้องถิ่นจาก เทริด (2016) ที่เจ้าตัวพ่วงตำแหน่งผู้กำกับและนักแสดงนำไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
เรียกว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้ โนราห์ เป็นเรื่องราวที่เริ่มต้นจากหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า นอร์ร่า ที่ข้ามมิติมาเจอกับ สิงหร
ทายาทผู้สืบทอดนาฏศิลป์ของเมืองเวียงกลางบางแก้ว แต่ว่าความรักของทั้งสองกลับมีปัญหา
เนื่องจากว่าสิงหรจำเป็นต้องรักษาพรหมจรรย์เพื่อเป็นโนราห์ของเมือง
เอกชัย ศรีวิชัย ได้พยายามนำเอาตำนานมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เพียงแค่ตอนเริ่มก็งงมากแล้ว
นั่นอาจเป็นเพราะพวกเราเองไม่ใช่คนใต้ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องมากสักเท่าไรนัก แต่มั่นใจว่า หากเป็นคนใต้คงจะรู้เรื่องมากยิ่งกว่า
เห็นได้ชัดถึงการผสมเรื่องราวความรักกับวัฒนธรรมที่ไม่เข้ากัน ยิ่งได้มองเห็นความสามารถทางการแสดงของนางเอกใหม่ เจด แองเจลิน่า
ที่ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะสวยเข้าขั้นแต่ก็ดูเหมือนไม่เข้ากับหนังเลย
ทั้งในเรื่องของการพูดไม่ชัด อารมณ์ต่างๆที่แสดงออกมาไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
แต่พระเอกของเรื่อง ไพศาล ขุน พอได้มาถ่ายทอดอารมณ์อยู่ในประเด็นนี้ก็จัดว่าทำได้ดี
แต่สิ่งที่หนังทำออกมาได้ดีที่สุดดูเหมือนจะเป็นโปรดักชั่นงานสร้างที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ
โดยเฉพาะฉากตามเกาะต่างๆก็ถ่ายออกมาให้เห็นน่าไปเที่ยวตามรอยเป็นอย่างยิ่ง ส่วนคอมตูมเสื้อผ้านั้นก็จัดเต็ม
อย่างน้อยก็ทำให้หนังมีจุดเด่นได้บ้าง แต่ว่ายังไงใครชอบหนังดูสบาย
ไม่ซับซ้อนก็น่าจะมาดูกันนะ ยิ่งใครชอบบรรยากาศแบบทางใต้ก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะ ขอบอก…

Read More
Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์

Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์

Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์
ผู้กำกับ : โจซี โร้ค
แนว : ภาพยนตร์ดรามา
ดาราหนัง : มาร์โก อีลีส ร็อบบี , เซียร์ซ่า โรแนน
เข้าฉาย : 24 ม.ค. 2562
ภาพยนตร์ที่ประวัติศาสตร์ Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์ ของผู้กำกับหญิง โจซี โร้ค ภาพยนตร์ดรามาที่มีรายละเอียดอิงประวัติศาสตร์
และก็ได้ดารานำสาวดาวรุ่งแห่งสมัย มาร์โก อีลีส ร็อบบี และก็ เซียร์ซ่า โรแนน
ที่พร้อมมาแสดงจัดเตรียมชิงบัลลังก์ในภาพยนตร์หัวข้อนี้
สองสาวยอดนักแสดงรุ่นใหม่ที่กำลังจะได้มีโอกาศมาแข่งหน้าที่กันใน Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์ แล้วก็ควบคุมโดยโจซี โร้ค
ผู้กำกับละครเวทีโด่งดังของอังกฤษมารับหน้าที่คราวนี้ จะน่าสนุกแค่ไหนรับชมแบบอย่างได้เลย
ตัวอย่าง https://youtu.be/wnqjSgMU36U
เรื่องย่อ เรื่องราวพูดถึงชีวิตอันอับโชคของแมรี่ สจ๊วร์ต ผู้ได้เป็นราชินีของประเทศฝรั่งเศสในวัย 16 และก็เป็นม่ายในเพียงแค่ 18 ปี
เธอก็เลยเดินทางกลับสกอตแลนด์ เพื่อทวงสิทธิ์อันเป็นธรรมในครองบัลลังก์ แล้วก็เวลานี้คนที่เป็นราชินีคือ
พระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 การทวงคืนบัลลังก์นั้นกลายเป็นเรื่องความรุนแรงที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการสูญเสีย
ทำให้ราชินีแมรี่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวเนื่องกับแผนลอบปลงพระชนม์พระนางอลิซเบธ เพียงแต่เธออยากทวงบัลลังก์คืน
พวกเราเศร้าต่างที่ถูกจารึกได้อยู่ในนี้แล้ว Mary Queen of Scots – ราชินีมารีย์
เราจะได้เห็นสองสาวปะทะอารมณ์กันอย่างดุเดือด (ในแบบผู้ดี) มาร์โก อีลีส ร็อบบี และก็ เซียร์ซ่า โรแนน สองสาวดาวรุ่งที่จะมาโชซ์ผลงานให้พวกเราได้ชม
เพียงมองแต่ตัวอย่างแฟนหนังหลายคนถึงกับพูดว่าได้กลิ่นออสการ์ลอยมาแล้ว ผู้ใดกันน้ะที่จะมีดีกรีนางแสดงมากยิ่งกว่ากันเตรียมรับชม 24 ม.ค. 2562 ที่โรงหนังทั่วราชอาณาจักร…

Read More
จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 2

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 2

ก่อนหน้านี้เราได้พาไปชม 3 อนิเมะยอดฮิตมาแล้ว
ครั้งนี้เราจะขอพาไปดูอีกสามเรื่องที่เราอยากจะมาแนะนำให้คอการ์ตูนอนิเมะอย่างคุณให้ได้รู้ถึงความส
นุก และให้ได้รู้ว่าต้องไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไปติดตามกันเลย
เฟต อโพไครฟา
นี่คือสุดยอดอนิเมะที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆแห่งโลกอนิเมะเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียวจริง
ๆแล้วอนิเมะเรื่องนี้ถูกทำแยกออกมาหลายภาค ซึ่งหากพูดถึงภาคแรกก็ต้องย้อนไปกว่า 10
ปีที่แล้วที่ถูกนำเอามาเข้าฉายเป็นครั้งแรก
ซึ่งเวลานั้นไทยยังไม่มีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องแบบมีลิขสิทธิ์ทำให้คนที่อยากจะดูก็ต้องไปหาดูตามเว็บ
ไซต์เท่านั้นที่มีบทซับไทยก่อนที่จะได้รับความนิยมจน โรส
อนิเมชั่นได้ตัดสินใจซื้อสิทธิ์เข้ามาผลิตอย่างถูกต้องในเวลาต่อมา สำหรับ เฟต อโพไครฟา
ภาคนี้ถือเป็นอีกภาพทีประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกับเรื่องราวมหากาฬสงครามศักดิ์สิทธิ์
โดยภาคนี้ว่าด้วยจักรวาลคู่ขนานที่มีสองขั้วมหาอำนาจต่อสู้กันเพื่อขึ้นเป็นเจ้าแห่งศาสตร์เวทต์
และในระหว่างสงครามนี้เองจึงได้เกินวีรชน
และมหานักรบขึ้นมาเป็นจำนวนมากรวมถึงเรื่องราวของความรักด้วยเช่นเดียวกัน
โฮเซกิโน คุนิ
ต้องบอกว่าเป็นอนิเมะที่มีลายเส้นไม่เหมือนใครค่อนข้างออกไปในแนวมีความอาร์ทสูงเยอะเลยทีเดียว
แต่เนื้อเรื่องก็น่าสนใจไม่น้อย
สำหรับอนิเมะเรื่องนี้เฃว่าด้วยเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคนอันไกลแสนไกลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิ
ตที่เป็นอมตะไม่มีวันตาย และไม่มีเพศที่เรียกว่าอัญมณีบรรจุโลก
โดยเจ้าสิ่งนี้จะต้องลุกขั้นต่อสู้กับดวงจันทร์เพื่อช่วยในการเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับ
ซึ่งอัญมณีต่างๆก็จะมีพลัง และสายอาชีพที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน
แต่ก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน
ยูโก เซนกิ
สำหรบอนิเมะเรื่องสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนไกันในตอนนี้เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยสงครามในปี 1923
ที่รัฐทำสงครามอันดุเดือดกับฝ่ายจักรวรรดิ ซึ่งจักรวรรดินั้นได้ถูกกลุ่มรัฐต่างๆร่วมกันต่อสู้อย่างห้าวหาญ
ซึ่งวันหนึ่งได้มีเด็กหญิงคนหนึ่งมีดวงตาสีฟ้าลอยอยู่เหนือท้องฟ้าพาคนที่ตายไปแล้วไปสู่สวรรค์
แต่แท้จริงแล้วเธอไม่ใช่ทูตสวรรค์แต่อย่างใด หากเพียงแต่เป็นคนนำทางเท่านั้น
ทว่าก็มีพลังที่จะสามารถยับยั้งสงครามอันยืดเยื้อครั้งนี้ไว้ได้
แต่ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างอยากได้ชัยชนะมาเป็นของตัวเองจึงทำให้มี
ความวุ่นวายเกิดขึ้นตลอดเวลา…

Read More
เปิดตำนานยอดมนุษย์เกราะเหล็กปฐมบทแห่งการก่อเกิดอเวนเจอร์ฉบับภาพยนตร์

เปิดตำนานยอดมนุษย์เกราะเหล็กปฐมบทแห่งการก่อเกิดอเวนเจอร์ฉบับภาพยนตร์

เป็นะระยะเวลายาวนานกว่าสิบปีเข้าไปแล้วที่สตูดิโอมาเวล ได้เข้ามาครองใจคอหนังหลายคนทั่วโลก
หลังก่อนหน้านี้พวกเขาทำได้เพียงขายลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังต่างๆไปให้กับค่ายหนังยักษ์ใหญ่
ในฮอลลีวู้สร้างออกมาเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงไม่ว่าจะเป็นสไปเดอร์แมน เดอะ ฮัคก์ ที่ต่างไปโด่งดังจากการผลิตของค่ายอื่น
อย่างไรก็ตามด้วยกระแสความนิยมของหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ทำให้มาเวลตัดสินใจสร้างสตูดิโอ
เป็นของตัวเองขึ้นมาพร้อมดึงตัวละครหลายตัวในการ์ตูนมาสร้างเป็นภาพยนตร์
ก่อนอื่นต้องบอกว่าความนิยมของมาเวลนั่นมีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะหากย้อนไปเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา
มาเวลคือค่ายการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของอเมริกาจะมีก็แต่ดีซีที่พอจะสูสีคู่คี่เป็นคู่แข่งกันมา
ซึ่งซุปเปอร์ฮีโร่ของมาเวลนั้นหากนับกันจริงๆก็แทบจะนับไม่ไหว
แต่ก็มีจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกยกเป็นตัวหลักๆของจักรวาลแห่งนี้
และเหล่าบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ในกลุ่มนี้นี่เองที่ทางสตูดิโอมาเวลได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นฉบับคนแสดง
โดยเริ่มจากเรื่องแรกอย่างไอรอนแมน ซึ่งถือเป็นปฐมบทแรกของมาเวลสตูดิโอ
และจักรวาลมาเวลที่กำลังจะระเบิดความมันส์ในอนาคตเวลานั้น
สำหรับไอรอนแมนเรียกได้ว่าเป็นการเดินหมากที่ถูกทางสุดๆสำหรับมาเวลสตูดิโอ เพราะโทนี่ สตาร์ก
คือศูนย์กลางของอเวนเจอร์ที่เป็นกลุ่มรวมยอดมนุษย์อันโด่งดังที่สุด โดยเวอร์ชั่นภาพยนตร์ได้ โรเบิร์ต
ดาวนิ่ง จูเนียร์มาแสดงนำ และเขาก็แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้บทโทนี่
สตาร์กกลายเป็นตัวละครที่มีสเน่ห์ดึงดูดคนดูมากที่สุด
อีกทั้งในภาคแรกของการสร้างหุ่นไอรอนแมนยิ่งทำให้คนชื่นชอบอย่างมากกับฉากการเริ่มสร้างหุ่น
ตัวแรกกับฉากการใส่ชุดไอรอนแมนที่ถูกสร้างออกมาได้อย่างสมบูรณ์อบบเป็นตัวแรกในเวลานั้น
หลังจากประสบความสำเร็จในภาคแรกก็มีการสร้างภาคสอง และภาคสามออกมาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นไอรอนแมนกลายเป็นจุดเริ่มต้น
และศูนย์กลางของแก๊งอเสเจอร์ฉบับภาพยนตร์เช่นเดียวกัน
โดเฉพาะภาคล่าสุดที่เขายังเป็นผู้นำที่สามารถต่อกรกับ ทานอส ได้สนุกและทำให้คนหลงใหลในตัวละครตัวนี้ไปอีกขั้นด้วย
นอกจากความีสเน่ห์แล้วสิ่งที่ทำให้ไอรอนแมนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากคือมันสอมงที่คอยคิดสร้างหุ่นเจ๋งๆ
ออกมาให้แฟนๆได้ฮือฮาเสมออย่างล่าสุดกับการผลิตชุดนาโนเทคโนโลยีที่สามารถสวมได้ในทันทีไม่
ต้องมีอุปกรณ์ใดๆช่วยแถมยังสามารถนำส่วนอื่นไปสร้างเป็นเกราะอีกส่วนของร่างกายเป็นการทดแทนเวลาชุดชำรุดบางแห่งอีกต่างหาก…

Read More
อะนิเมะ ญี่ปุ่น

อะนิเมะ ญี่ปุ่น

อะนิเมะ เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจาก ภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé)
และจากภาษาละติน แปลว่าเคลื่อนไหว
หรือภาพเคลื่อนไหวแต่ความหมายกลายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน
ภายนอกประเทศญี่ปุ่น อะนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น
ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ
แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย
ขณะที่อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์
โดยมีแนวเรื่องหลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอน ๆ
เพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์
และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอน ๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ
อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกจากนี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
ประวัติ
จากนั้น เมื่อปี 1970 นักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นเริ่มทดลองใช้เทคนิคการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน
ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจาก ภาพยนตร์การ์ตูนใน สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป แต่ไม่ยอมรับ
เพื่อที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง ปลายปี 1970
ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้พัฒนาลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจนสามารถแบ่งแยกออกจากภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกา
ได้อย่างชัดเจน ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในญี่ปุ่น
ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และในทศวรรษที่ 1990 และ 2000
ชื่อเสียงของอะนิเมะได้แพร่ขยายไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อม ๆ
กับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศสำหรับคนที่ชื่นชอบ
นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า กว่า 80% ของอะนิเมะ เลือกฉายรอบดึกเพื่อลดต้นทุน ไม่ได้ติดเรตในสายตาคนต่างประเทศ
ญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศที่รุ่งเรืองในด้านการทำแอนิเมชั่น มีการสนับสนุนให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
แต่ในความเป็นจริงคนในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับละครทีวี, เกมโชว์
และรายการพิเศษมากกว่าการ์ตูนอยู่ดี เวลาฉายเรื่องใหม่ๆ จึงถูกกำหนดไว้ประมาณ 3 ช่วง
รอบเช้าจนถึงสาย (เสาร์ – อาทิตย์)
ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนเด็กและการ์ตูนที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนดังๆ เช่น One Piece, Naruto, Toriko, Bleach,
Hunter X Hunter (2011) เป็นต้น เป็นช่วงที่เจาะกลุ่มเด็กได้ดี แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กดูด้วย
จึงมีการลดความรุนแรงลงไปตามความเหมาะ…

Read More
หนังรักต่างประเทศ

หนังรักต่างประเทศ

1.Punch-Drunk Love
พูดถึงเรื่องราวของ ชายหนุ่มที่มีลักษณะเพี้ยน มีพี่น้องรวมกันถึง 7 คน ในสายตาคนในครอบครัว
เขาคือตัวประหลาด เช่นแต่งสูทไปทำงาน ซื้อพุดดิ้งจำนวนมหาศาลเพื่อสะสมไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน
ประหม่าเวลาคุยกับผู้หญิง มีอาการเก็บกดต้องระบายออกด้วยความรุนแรง และแอบขี้แยในบางเวลา
แต่เมื่อเขารู้จักลีน่า เพื่อนของพี่สาวที่ยอมรับตัวตนของเขาได้
ความสัมพันธ์ก็เริ่มก่อตัวท่ามกลางปัญหาถูกตามล่าจากอันธพาลแก๊ง
2.Jerry Maguire
เรื่องราวของหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างผู้ชายในวันที่ล้ม (Renee Zellweger) หญิงสาวที่ศรัทธาใน
Mission Statement ของ(Tom Cruise) จนวันที่เขาโดนให้ออกจากงาน
เธอก็เป็นคนเดียวที่อาสาจะตามมาทำงานด้วยเพียงเพราะเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่ม
3.Casablanca
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวอเมริกันที่อดีตเคยเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ
ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของไนท์คลับที่โด่งดังที่สุดในคาซาบลังก้า
สถานการณ์ของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เยอรมันถูกฆาตกรรมชิง เอกสารผ่านแดนจำนวน 2 ใบ
และผู้ก่อเหตุได้นำมันมาฝากไว้กับริค โดยที่หนังเดินเรื่องแบบรักสามเศร้า
4.Love Actually
จูเลียตเพิ่งแต่งงานกับ ปีเตอร์โดยที่เธอเข้าใจมาโดยตลอดว่า มาร์คเพื่อนสนิทของสามีไม่ชอบเธอ
เพราะเขาไม่ยอมคุยกับเธอ พยายามรักษาระยะห่างจากเธอ แถมยังชอบทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
จนเมื่อเธอได้ดูวิดีโองานแต่งจึงเริ่มเอะใจว่าทำไมมีแต่โคลสอัพใบหน้าของเธอ
แล้วเธอก็รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาแอบรักเธอแต่จำเป็นต้องเก็บความในใจไว้เพราะ
เคารพต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพื่อนสนิทของเขา
5.50 First Dates
หนังแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ มีแต่กลิ่นอบอวนไปด้วยความรัก หนังเดินเรื่องไปด้วยความรักความเข้าใจ
พยายามทำทุกอย่างเพื่อคนที่เรารักสร้างทุกวันให้มีความสุขที่สุด แม้คนที่เรารักจะจำอะไรไม่ได้เลย
ความรักเป็นเรื่องของหัวใจไม่ใช่ความทรงจำ
6.The Classic
หนังเกาหลีเรื่องนี้ทำให้คุณหลุดไปในอดีตและกลับมาในปัจจุบัน
ด้วยความรักความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นเก่า และ ความรักของคนรุ่นใหม่
ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นความรักที่แตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย
และมีความลับเล็กๆ ซ่อนอยู่ในเรื่อง
7.About Time
หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเวลามีค่าและมีความสำคัญกับความรักเพียงไร ต่อให้คุณย้อนเวลาได้
คุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนความเป็นจริงไปได้ ดังนั้นควรใช้เวลาให้มีค่าที่สุดทุกวินาที เพื่อสิ่งที่รัก
หรือกับคนรักให้มากที่สุด
8.Forgetting Sarah Marshall
นักแต่งเพลงที่ถูกแฟนสาวทิ้งไปหาหนุ่มร็อคเกอร์อย่างไม่ใยดี ต้องหนีความเจ็บปวดไปฮาวาย
ดันไปเจอสาวเจ้ากับแฟนหนุ่มขาร็อคที่นั่น เขาจึงต้องหลบไปเลียแผลใจเพียงลำพัง
จนทำให้เขาได้มาเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปจากนี้…

Read More
3 การ์ตูนที่ควรทำเป็นหนัง

3 การ์ตูนที่ควรทำเป็นหนัง

1. Kingdom
Kingdom เป็นมังงะอิงประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อ (หรือยุคเลียดก๊ก หรือยุครณรัฐ)
ซึ่งเป็นยุคที่ก่อให้เกิดวีรบุรุษระดับตำนานอย่าง จิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นเอง โดยมังงะเล่าผ่านเด็กหนุ่มนาม ซิ่น
ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาที่หวังจะเป็นแม่ทัพคนสำคัญของยุคสมัยให้ได้
และการเดินทางของซิ่นผ่านช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ผ่านพบแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงมากมาย
ด้วยช่องว่างทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ อาจารย์ ยาสุฮิสะ ฮาระ ผู้เขียนได้ใส่เรื่องราวสุดเข้มข้น
และกลยุทธการต่อสู้ห้ำหั่นที่เหนือชั้น ทั้งยังเปี่ยมด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งความฝัน ดราม่า การเมือง ความสัตย์ซื่อ
ความกล้า นี่คือมังงะที่สร้างพลังให้คนหนุ่มได้แบบสุดยอดเลยครับ

2. Berserk
ไม่มีใครอ่านการ์ตูนแล้วจะไม่เคยได้ยินชื่อ Berserk แน่
ๆด้วยจินตภาพของสงครามยุคกลางหรือยุคมืดที่เต็มไปด้วยความโสมมและดิบเถื่อน
ตลอดความเชื่อการล้างบางพวกนอกรีตของคริสตจักร รวมถึงแฟนตาซีอย่างเอลฟ์ ภูตพราย
เหล่าผีห่าซาตานที่ปรากฏรูปมาฆ่าฟันมนุษย์ นี่จึงเป็นความมันสุด ๆ
ในการติดตามการผจญภัยเพื่อล้างแค้นของพระเอกคลั่งอย่างนักรบดำนาม กั๊ซ ที่ทั้งดิบทั้งโหด และสะใจสุด ๆ ครับ
นอกจากนี้ยังมีการรบที่แสนจะสนุกสนาน แม้จะมีการใช้ปีศาจเวทย์มนต์บ้างแต่ก็ยืนพื้นในความเป็นมนุษย์กันมากๆ
3. Sanctuary
ถ้าว่ากันถึงแนวแก๊งสเตอร์ที่เข้มข้นทั้งบทบู๊ บทดราม่า ต้องยกให้มังงะยากูซ่า-การเมืองระดับตำนานเรื่องนี้เลยครับ
Sanctuary ผลงานการแต่งเรื่องโดยนักเขียนเรื่องราวยากูซ่าที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกมังงะอย่าง บุรอนซอน
ผู้แต่งเรื่อง เคนชิโร่ ฤทธิ์หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ และลายเส้นเข้ม ๆ จากอาจารย์ อิเคงามิ เรียวอิจิ
ว่าด้วยเรื่องของเพื่อนรักสองคนที่กลับมาญี่ปุ่นด้วยความหวังในการสร้างอนาคตของประเทศที่ดีขึ้น
โดยคนหนึ่งมุ่งไปเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกยากูซ่า และอีกคนแสวงหาหนทางสู่จุดสูงสุดของโลกการเมือง
ฟังแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ…

Read More