Home 2018 > กันยายน
6 อันดับภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ มาเวล สตูดิโอ 1

6 อันดับภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ มาเวล สตูดิโอ 1

นับตั้งแต่มาเวลแยกตัวออกมาสร้างสตูดิโอเป็นของตัวเองก็ได้ผลิตภาพยนตร์มากมายเข้าสู่ตลาดวงการจ
อเงิน
และเกือบทุกเรื่องได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากสาวกคอมมิคมาเวลที่ชื่นชอบเรื่องราวของซุปเปอร์ฮี
โร่จากค่ายนี้รวมไปถึงแฟนหนังที่เพิ่งเคยเข้ามาสัมผัสมาเวลาจากภาพยนตร์จนมำให้มาเวลกลายเป็นค่า
ยหนังทำเงินยักษ์ใหญ่ที่มักมีแฟนๆรอคอยการมาของหนังเรื่องใหม่จากค่ายนี้ในทุกปี เราจึงขอจัดอันดับ
6 ที่ดีที่สุดของมาเวล สตูดิโอ เท่าที่เคยมีมาจนถึงตอนนี้
ไอรอนแมน 1
นับเป็นการเปิดปฐมบทก่อนเข้าสู่จักรวาลมาเวลอย่างแท้จริงสำหีับภาพยนตร์ไอรอยแมน ภาค 1
คนเกราะเหล็กมหาประลัย
เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของค่ายมาเวลที่ได้ปล่อยหนังเรื่องนี้ออกมาเพื่อปูทางสู่เนื้อเรื่องของซุปเปอร์ฮีโร่ตัวอื่
นๆที่จะตามมาในอนาคตรวมไปถึงนังฟอร์มยักษ์อย่างอเวนเจอร์ทั้งสามภาค
โดยไอรอนแมนภาคแรกยังถือเป็นหนังที่ทำให้ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์
ถูกยกให้เป็นไอรอนแมนทั้งในหนัง และชีวิตจริงหลังเขาสวมบทบาทได้สมจริง
และบุคลิกยังคล้ายตัวตนที่แท้จริงของเขาแบบสุดๆ
ซึ่งหนังเรื่องนี้เองประสบความสำเร็จเกินคาดเมื่อมันกลายเป็นหนังที่ดีที่สุดในปีที่ออกฉาย
และมีแฟนๆหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชคุ้มค่าแก่การรอคอยนั่นเอง
ไอรอนแมน 3
หลังประสบความสำเร็จจากภาคแรกทางสตูดิโอผู้สร้างยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จด้วยการปล่อยไอ
รอนแมนสองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย
ก่อนที่ต่อมาจะปล่อยภาคสามที่แฟนๆรอคอบมาให้ได้ชมกัน
และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวเพราะภาคนี้แฟนๆจะได้เห็นหุ่นของ โทนี่ สตาร์ก
ทุกตัวทุกแบบเพราะในตอนสุดท้ายได้มีฉากใหญ่นำหุ่นไอรอนแมนทุกตัวเข้าสู้กับแมนดารินตัวร้ายฝีมือฉ
กาจที่ โทนี่ ต้องทุ่มสิ่งที่มีทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตคนรักเอาไว้
ก่อนที่ในตอนท้ายเขาจะตัดสินใจระเบิดหุ่นทั้งหมดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
อเวนเจอร์ 1
นับเป็นภาพยนตร์ที่เรียกเสียงฮือฮาให้แฟนๆได้ตลอดตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้ายที่เปิดฉากมาด้วยดาว
ร้ายขวัญใจแฟนหนังอย่างโลกิกับการเดินทางมาเพื่อทำการยึดโลก ก่อนที่กัปตันอเมริกา และไอรอนแมน
จะช่วยกันหยุดยั้งไว้ และจับตัวกลับฐานก่อนที่ต่อมาจะเกิดสงครามใหญ่ขึ้น
ซึ่งจุดนี้เองทำเอาแฟนๆนั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะไม่ใ่แค่ได้ชมฉากบู๊มันส์ๆเท่านั้น
แต่ยังได้เห็นซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆต่างทยอยปรากฏตัว และร่วมต่อสู่กันแบบสุดมันส์นั่นเอง…

Read More
3 อนิเมะชื่อดังแห่งญี่ปุ่น

3 อนิเมะชื่อดังแห่งญี่ปุ่น

Momotaro Sacred Sailors
นับเป็นอนิเมะยาวเรื่องแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านั้น อนิเมะส่วนใหญ่ถูก
สร้างขึ้นมักจะมีรูปแบบเป็นอนิเมะสั้นๆ ไม่กี่นาที ซึ่งนั่นก็เป็นรูปแบบที่ยึดถือปฏิบัติมาตลอดในการสร้างอนิเมะ แต่
Momotaro: Sacred Sailors ผลงานของ Mitsuyo Seo ออกฉายครั้งแรกในปี 1944
ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะญี่ปุ่นในฐานะที่เป็น อนิเมะยาวเรื่องแรกของญี่ปุ่น เนื้อเรื่องของอนิเมะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนายทหารเรือชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่
คนนึงที่ต้องทำสงครามเพื่อชัยชนะของจักรวรรดิญี่ปุ่น แน่นอนว่าการเนื่อเรื่องแบบนี้ ออกมาในช่วงปี 40s นี้
เหตุผลที่ทำให้มีการสร้างอนิเมะเรื่องนี้ก็คือเพื่อเป็น โฆษณาชวนเชื่อ ให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่าจะเพราะการมีตัวตนขออนิเมะเรื่องนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างอนิเมะตอนยาวเรื่องอื่นๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Kimba the White Lion
นับเป็นอนิเมะซีรีย์ภาพสีแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดย Kimba the White Lion อนิเมะ
ในตำนานจากลายมือผลงานของปรมาจารย์อย่าง อ.เท็ตสึกะ โอซามุ ออกฉายในปี 1965 ทางช่องฟุจิทีวี
โดยเรื่องนี้นอกจากจะโด่งดังไปหลายๆ ประเทศแล้ว ยังรังสรรค์มาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะซีรีย์ญี่ปุ่นอีกอย่าง
ก่อนหน้านี้ อนิเมะที่ได้ทำเป็นภาพสีนั้น ส่วนมากจะเป็นอนิเมะที่เป็นตอนยาว หรือภาพยนต์อนิเมะ แต่ Kimba the
White Lion เรื่องนี้ เป็นอนิเมะ เรื่องแรกของญี่ปุ่นที่หันมาใช้ “ภาพสี” แทนภาพขาว-ดำ
และเนื่องด้วยการเปลี่ยนมาใช้ภาพสี เนื่องจากภาพสีนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีกว่าภาพขาว-ดำ ส่งผลให้ Kimba
the White Lion กลายเป็นอนิเมที่มีชื่อเสียงมากๆในญี่ปุ่นและกลายเป็นต้นแบบในการใช้ภาพสีของอนิเมในภายหลัง

Doraemon
ปิดท้ายกันที่ อนิเมะที่สร้างชื่อกระฉ่อนให้ญี่ปุ่นไปทั่วโลก แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอนิเมะเรื่อง โดราเอม่อน
เรื่องนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักดูอนิเมรุ่นไหนๆก็ต้องรู้จักกับเจ้าแมวสีฟ้าที่มีของวิเศษจำนวนมาก
กับเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหนแต่กลับมีความพยายามในเรื่องที่ตนสนใจอย่าง โนบิตะ และเพื่อนๆของทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน
โดเรม่อนนั้นออกฉายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1970 และเป็นอนิเมะ เรื่องแรกที่ได้ฉายไปทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
และได้รับเสียงตอบรับและชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลามกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ทำให้วงการอนิเมะญี่ปุ่นนั้นขึ้น
ถึงจุดสูงสุดหรือเรียกได้เลยว่าเป็น “ยุคทองของ” โดราเอมอนนั้นได้ให้อะไรเรามากมาย ทั้งความสนุก ความรัก
และที่สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพ ทั้งหมดนี่ทำให้พวกเราทุกคนยังคงจดจำภาพของเจ้าแมวสีฟ้าไร้หูได้อย่างไม่มีลืมเลือน…

Read More
ไรอัน จอห์นสัน ไล่ลบทวิตตัวเองกว่า 20,000 ข้อความ หลัง เจมส์ กันน์ โดนปลด

ไรอัน จอห์นสัน ไล่ลบทวิตตัวเองกว่า 20,000 ข้อความ หลัง เจมส์ กันน์ โดนปลด

ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับจาก Star Wars: The Last Jedi
ตัดสินใจลบทวิตในแอคเค้าท์ของตัวเองออกเหลือเพียง 1,000 กว่าทวิต หลังจากที่
เจมส์ กันน์ โดนปลดจากโปรเจคต์ เพราะโดนขุดทวิตเก่าๆ
ที่แสดงทัศนคติไม่เหมาะสมออกมาเผยแพร่ โดย ไรอัน ได้ลบข้อความเก่าไปถึง 20,000ข้อความ
หลังจาก เจมส์ กันน์ ผู้กำกับหนังคนดังของ มาร์เวล ที่มีผลงานสุดเจ๋งอย่าง Guardians
of the Galaxy ได้ถูก ดิสนีย์ ไล่ออกแล้ว
เนื่องจากการแสดงคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมบนทวิตเตอร์เมื่อ 10 ปีก่อน
จนทำให้เหล่าคนดังใน Hollywood มากมายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
รวมไปถึงเหล่าทีมผู้สร้างและนักแสดงจาก Guardians ที่สนับสนุนและให้กำลังใจ เจมส์
กันน์ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเรียกร้องจากแฟนหนังให้ทาง Disney กลับมาว่าจ้าง
เจมส์ กันน์ อีกครั้ง ก็มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนใน change.org กว่า 275,000 คน แล้ว
กรณีของเจมส์ กันน์ เป็นเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงกันในวงการเป็นวงกว้าง
จนหลายๆคนต้องย้อนกลับไปดูสิ่งที่ตนเคยคิด หรือเคยโพสต์ลงในพื้นที่สาธารณะ
และบางคนถึงขั้นต้องลบโพสต์เก่าที่มีความเสี่ยงออก เพื่อป้องกันการขุดคุ้ย
ซึ่งรวมไปถึง ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับ Star Wars: The Last Jedi ด้วย
วิดีโอยูทูปจากช่อง John talks Star Wars ได้เปิดเผยข้อมูลสั้นๆหลัง เจมส์ กันน์
โดนไล่ออกว่า ไรอัน ได้ตัดสินใจลบทวิตของตัวเองไปกว่า 20,000 ข้อความ
โดยตอนนี้เหลือเพียงแค่ 1,126 ข้อความเท่านั้น
ทางด้านของ เจมส์ กันน์ ได้ออกแถลงอย่างเป็นทางการหลังจากถูกปลดจากมาร์เวล
โดยแสดงความเสียใจและยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว
“หลายข้อความของผมเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั้น
ในตอนนั้นเป็นความผิดพลาดและเป็นความพยายามที่จะยั่วยุอันล้มเหลว
ผมเสียใจต่อข้อความเหล่านั้นมาหลายปี ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันโง่เง่า ไม่ตลกเอาเสียเลย
แข็งกระด้าง และที่แน่นอนคือ ไม่ยั่วยุเท่าที่ผมหวัง
แต่มันยังไม่ได้สะท้อนถึงการเป็นคนที่ผมเป็นในวันนี้
หรือไม่ได้เป็นมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว”
“ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแค่ไหน ผมเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจทางธุรกิจในวันนี้
แม้หลายปีมานี้ ผมจะได้แสดงความรับผิดชอบต่อการประพฤติตนเมื่อตอนนั้นแล้วก็ตาม
สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในตอนนี้ นอกเหนือจากการแสดงความเสียใจอย่างจริงใจและสุดใจ
ก็คือการเป็นมนุษย์ให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะเป็นได้ นั่นก็คือ การยอมรับ การเข้าใจ
มุ่งมั่นต่อความเท่าเทียม และรอบคอบให้มากขึ้นต่อการแสดงออกทางสาธารณะ
และภาระหน้าที่ต่อวาทกรรมสาธารณะของเรา”
“ถึงทุกท่านที่อยู่ในวงการของผมและเหนือกว่านั้น ผมขออภัยอย่างที่สุดอีกครั้ง
รักทุกคน” กันน์ ได้กล่าวทิ้งท้ายในแถลงการณ์ดังกล่าว
ทางด้านของโปรเจคต์ Guardians of the Galaxy Vol. 3 นั้น กันน์ได้เขียนบท
เสร็จแล้ว และมีแผนจะเปิดกล้องราวฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และคาดว่าหนังจะออกฉายราวปี
2020 ซึ่งอาจต้องรอติดตามความเปลี่ยนกันต่อไป…

Read More
เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU

เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU

ใครที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลคงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักกัปตันซึบาสะ
การ์ตูนฟุตบอลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลชั้นนำ
ซึ่งเป็นเรื่องของโอโซระ ซึบาสะ เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ
และด้วยความนิยมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ก็ได้นำกัปตันซึบาสะ ดัดแปลงเป็นห้องพัก โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1ห้องเท่านั้น
ในห้องพักตกแต่งด้วยภาพวาดที่สื่อถึงฉากสำคัญ 2 ฉากด้วยกันคือ
เมื่อตอนประถมสังกัดอยู่ในทีมนันคัตสึ เอสซี
และตอนที่ซึบาสะเป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น พร้อมกันนี้
ยังมีเสื้อกั๊กของทีมที่กัปตันซึบาสะสังกัดอยู่วางไว้ให้ใส่ในห้องพักด้วย
นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ได้มีการจัดนิทรรศการกัปตันซึบาสะร่วมกับ SOLum
ซึ่งทั้งห้องพักและนิทรรศการจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30กันยายนนี้
ใครชื่นชอบการ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะต้องหาโอกาสไปพักให้ได้
โดยที่สามารถจองห้องพักได้ที่นี่
และด้วยความที่โรงแรมเปิดให้จองเพียงวันละหนึ่งห้อง ถ้าไม่รีบบอกเลยว่าไม่งั้นพลาดแน่นอน
น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “กัปตันซึบาสะ”
การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิตเส้นทางของนักฟุตบอลที่ชื่อโอโซระ
ซึบาสะ ตั้งแต่เด็กจนเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
การ์ตูนที่สร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬาฟุตบอล
เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ ลงในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen
Jump ครั้งแรกในปี 1981 จนถึงปัจจุบัน
กัปตันซึบาสะก็ยังคงได้รับความนิยมและมีแฟนๆติดตามอยู่มากมาย
และแล้ว Tokyo Bay Tokyu ก็ได้สร้างฝันที่เป็นจริงให้กับแฟนๆที่ชื่นชอบกัปตันซึบาสะ
เปิดให้จองห้องพักที่ตกแต่งด้วยเรื่องราวในเรื่องกัปตันซึบาสะแล้ว
โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1 ห้องเท่านั้น ในวันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30กันยายนนี้…

Read More
ประวัติ Vin Diesel

ประวัติ Vin Diesel

วิน ดีเซล (Vin Diesel) หรือมีชื่อเกิดคือ มาร์ก ซินแคลร์ หรือ มาร์ก
ซินแคลร์ วินเซนต์ (Mark Sinclair Vincent) เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ.
1967 เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน นักเขียน ผู้กำกับ และผู้สร้างภาพยนตร์
ในปี 2013 เขาได้แสดงใน Fast & Furious 6 รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Fast
Five (2011) และ Fast & Furious (2009) ด้วย
เขาได้ทำหน้าที่หลายอย่างในโปรเจ็กต์ทั้ง 3 เรื่อง โดยเขาได้กลับมารับบทโดมินิค
ทอร์เร็ตโต้ และได้ทำหน้าที่อำนวยการสร้างภาพยนตร์ทั้ง 3 ภาค ร่วมกับนีล เอช.
มอริทซ์ นอกจากนี้เขายังได้เขียนบทและกำกับภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Los
Bandoleros อีกด้วย หนังสั้นเรื่องนี้ ซึ่งรวมอยู่ในดีวีดี Fast & Furious
บอกเล่าความหลังที่น่าสนใจของตัวละครและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุโจร
กรรมรถบรรทุกน้ำมันที่ดุเดือดในเรื่อง
เขาเคยได้แสดงประกบมิเชลล์ โหยว ในเรื่อง Babylon A.D.
ในเรื่องนี้เขารับบทอดีตทหารผ่านศึกที่ผันตัวไปเป็นทหารรับจ้าง
นอกจากนี้เขายังได้แสดงเรื่อง Find Me Guilty ที่กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง ซิดนีย์
ลูเม็ต เขาได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมจากบทแจ็คกี้ ดินอร์สซิโอ
อันธพาลคนหนึ่งที่เลือกจะสละสิทธิในการมีทนายและการปกป้องตัวเอง
สำหรับบทนี้ดีเซลได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอันธพาลชาวอิตาเลียนวัย 47
ปีด้วยการเพิ่มน้ำหนัก 20 ปอนด์
ดีเซลเคยรับบทนำใน Hannibal the Conqueror
นอกเหนือจากเรื่องนี้ดีเซลยังจะอำนวยการสร้างเรื่อง Hannibal the Barbarian
ซีรีส์อนิเมชันสำหรับเด็กที่สร้างจากเรื่องราวของฮันนิบาล สำหรับบีอีที เน็ตเวิร์ค
ผลงานอื่น ๆ ของดีเซลได้แก่ ภาพยนตร์ทัชสโตนเรื่อง Players Rule
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เขียนบทโดยรอน บาสและเจน สโมลก้า
จะเป็นการแสดงครั้งแรกของดีเซลในบทพระเอกภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี
ดีเซลจะแสดงใน The Wheelman ซึ่งพัฒนาโดยเอ็มทีวี ฟิล์มส์, พาราเมาท์
พิคเจอร์สและวัน เรซ ฟิล์มส์ ไทกอน สตูดิโอส์ของดีเซลและมิดเวย์
เกมส์จะร่วมมือกันจัดจำหน่ายภาพยนตร์และเกมนี้พร้อม ๆ กัน
ดีเซลได้นำแสดงใน The Pacifier ประกบเฟธ ฟอร์ด, แบรด การ์เร็ตต์,
ลอเรน เกรแฮม และบริทนีย์ สโนว์ ภาพยนตร์ปี 2005 เรื่องนี้ ที่กำกับโดยอดัม
แชงค์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในบ็อกซ์ออฟฟิศ
อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ Sci-Fi เรื่อง The Chronicles of Riddick

ดีเซลกลับมารับบทริชาร์ด บี. ริดดิคของเขา
ภาพยนตร์เรื่องอำนวยการสร้างโดยวัน เรซ ฟิล์มส์
เป็นภาคต่อของภาพยนตร์คัลท์ยอดนิยมเรื่อง Pitch Black ก่อนหน้านี้
เขาได้นำแสดงในแอ็กชันทริลเลอร์เรื่อง A Man Apart
ซึ่งเขาอำนวยการสร้างด้วย
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งของเขาคือการนำแสดงในภาพยนตร์ปี
2001 เรื่อง The Fast and the Furious ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลเอ็มทีวี มูฟวี
อวอร์ดสาขาทีมยอดเยี่ยมบนหน้าจอ ร่วมกับพอล วอล์คเกอร์
เพื่อนร่วมแสดงของเขา และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม
เขาได้แสดงในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่อง XXX ซึ่งเขาควบคุมงานสร้างเองด้วย
เขาได้แสดงใน Saving Private Ryan
ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก
อวอร์ดในฐานะส่วนหนึ่งของทีมนักแสดง ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ
ของเขาได้แก่ Boiler Room และการพากย์เสียงตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง The
Iron Giant ซึ่งได้รับรางวัลแอนนี อวอร์ดสาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม
เขาได้เขียนบท อำนวยการสร้าง
กำกับและนำแสดงในภาพยนตร์อินดีขนาดสั้นเรื่อง Multi-Facial
ซึ่งสำรวจเรื่องความหลากเชื้อชาติในสังคมปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่องนี้
ติดตามเรื่องราวของดีเซล
ผู้ซึ่งมีแม่เป็นคนผิวขาวและพ่อเป็นชาวแอฟริกัน/อเมริกัน
ในการออดิชันหลายครั้งที่เขาถูกบอกว่าเขา ดำเกินไป หรือขาวเกินไป
สำหรับบทนั้นๆ
หลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคาน์ปี 1995
ผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์กก็ได้สร้างบทพลทหารเอเดรียน
คาปาร์โซในภาพยนตร์เรื่อง Saving Private Ryan ขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ดีเซลได้เขียนบท อำนวยการสร้าง กำกับและนำแสดงในภาพยนตร์เรื่อง
Strays ซึ่งเขาพูดถึงว่าเป็น Saturday Night Fever หลากวัฒนธรรม
ดรามาเรื่องดังกล่าวได้รับเลือกให้เข้าฉายสายประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์ซั
นแดนซ์ปี 1997
อีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของดีเซลคือการสร้าง ไทกอน สตูดิโอส์
บริษัทเกมที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสร้างและอำนวยการผลิตเกม Xbox
ขายดีประจำปี 2004 The Chronicles of Riddick: Escape From Butcher Bay…

Read More
จัด 6 สุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด ตอน 2

จัด 6 สุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด ตอน 2

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับสุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด โดยครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอ 3
เรื่องแรกไปก็น่าจะถูกใจใครหลายคน ส่วนในครั้งเราจะขอนำอีก 3 เรื่องที่เหลือมาให้ได้ชมกัน
ไปติดตามกันเลย

Wall-E (2008)
เริ่มกันที่อนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากค่ายดิสนีย์อย่าง วอลอี โดยหนังเดินเรื่องแบบเรียบง่าย
และใช้การสื่อสารทางท่าทาง
และอารมณ์แทนคำพูดว่าด้วยหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อมห้คอยเก็บตัวอย่างพืชนำกลับมาวิจัย
โดยเจ้าหุ่นตัวน้ีมีความขี้อายจนเหมือนกับมีจิตใจที่เป็นมนุษย์
ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำเอาคนที่เคยได้ชมต่างหลงรักเจ้าหุ่นนี้ไปตามๆกัน และถึงจะเป็นหนังแนวอนิเมชั่น
แต่ก็เรียกได้ว่ามีเนื้อหาที่ดีสุดๆที่สามารถสะท้อนสังคมในโลกอนาคตที่อาจเป็นไปได้อย่าวยอดเยี่ยม
ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการให้เด็กได้รับการปลูกฝังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องของการใช้ทรัพยากร
เกินขีดจำกัดที่มากเกินไปจนคนต้องอพยพไปอยู่นอกโลก
และทุกคนรูปร่างอ้วนกันหมดอันเกิดจากเทคโนโลยีที่สะดวกเกินไปจนทำให้คนในยุคอนาคตมีความขีเกียจ
และอยากใช้ความสะดวกสบายทุกอย่างในชีวิต

 

Avatar (2009)
ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนังที่ดีที่สุดท่าที่เคยมีมา แม้มันจะไม่เกี่ยวกับอวกาศโดยตรง
แต่ก็เดินเรื่องส่วนใหญ่อยู่ในอวกาศ หนังว่าด้วยเรื่องมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการแร่ชนิดหนึ่ง
ซึ่งมีเฉพาะบนดาวเคราะห์ดวงนี้เท่านั้นมาใช้เป็นประโยชน์ในอุตสาหกรรมขนาดหนัก
ทว่าที่ที่มีแร่ชนิดนี้อยู่กลับเป็นที่ตั้งของชนเผ่าท้องถิ่นทำให้ต้องใช้เจรจาการทูตเข้าต่อรองโดยให้กลุ่มตัว
เอกสวมร่างอวตารเข้าไปเรียนรู้สิถีชีวิตของคนบนดาวดวงนี้ ทว่าไม่เป็นผล และสุดท้ายก็เกิดสงครามขึ้น
และมาพร้อมกับความสูญเสีย โดยตัวหนังเดินเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือตัวละครที่ใช้ CGI
ได้สมจริงสุดๆทำมห้มันกลายเป็นหนังที่แปลกใหม่อีกทั้งขึ้นแท่นหนังทำเงินที่มีรายรับมากที่สุดในโลกปัจจุบันนี้

John Carter (2012)
ใครที่ชื่นชอบหนังอวกาศออกแนวแฟนตาซีก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้กับ จอห์น คาเตอร์
ที่เป็นเรื่องราวของมนุษย์โลกกับเจ้าหญิงแห่งดาวอังคาร
โดยหนังว่าด้วยชายหนุ่งผู้ตามหาแหล่มขุมทรัพย์
แต่กลับตกกระไดพลอยโจนข้ามมิติเดินทางสู่ดาวอังคาร และเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวการผจญภัยในครั้งนี้
ซึ่งพระเอกกลายเป็นผู้มีพลังเหนือคนทั่วไปบนดาวดวงนี้เพราะด้วยแรงโน้มถ่วงที่ต่างจากโลกทำให้สามารถกระโดดได้ไกลกว่าคนอื่น
และมีเรี่ยวแรงที่มากกว่าชนเผ่าอื่นๆบนดาวอังคารอีกด้วย…

Read More
Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

ประเภท : Tokusatsu (ฮีโร่)
กำกับโดย: Shōjirō Nakazawa,Katsuya Watanabe,Noboru Takemoto,Hiroyuki Katō
จำนวนตอน : 50 ตอน
ออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015
ทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลา 7.30 – 8.00 น.
ภาพยนต์เอาใจเด็กขบวนการ 5 สีชุดใหม่ หรือ Super Sentai “ลำดับที่ 38″ Ressha Sentai
Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー) หรือชื่อไทย “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”
สำหรับประเทศไทย ลิขสิทธิ์โดย โรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอร์ปอเรชั่นออกอากาศทางช่อง 3 แฟมิลี่
ทุกวันศุกร์ เวลา 6.00 – 6.30 น. และ 18.00 – 18.30 น. เริ่มวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2015 และออกอากาศทางช่อง
Gang Cartoon ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น.และทุกวันศุกร์ เวลา 16.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2015
นับตั้งแต่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นก็ถูกใจเด็กๆมากเลยทีเดียว
อีกทั้งมีการผลิตโมเดลของเล่นเพื่อเรียกยอดขายอีกด้วย
ถึงแม้ว่าภาพยนต์เรื่องนี้จะถูกวิจารณ์ยับในหมู่วัยผู้ใหญ่
แต่เมื่อได้ออกอากาศแล้วเหล่าแฟนๆทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็ติดตามจนจบบริบูรณ์
อาจเป็นเพราะเอฟเฟ็กที่ทำมาให้น่าดูกำกับสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์โดย บุสึดะ ฮิโรชิ (Gaim x Wizard Movie)
กำกับฉากแอ็คชั่นโดย ฟุคุซาว่า ฮิโรฟุมิ (Kyoryuger vs Go-Busters)
สำหรับชื่อตัวละครก็มีดังนี้ #1เรดเรชชาร์ / #2 บลูเรชชาร์ / #3เยลโล่เรชชาร์ /#4กรีนเรชชาร์ และ #5พิงค์เรชชาร์ สำหรับแก๊ง “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”…

Read More

หนังแอคชั่นในตำนาน ที่ไม่ควรพลาด

1.Logan
วูลฟ์เวอรีน บอกเล่าเรื่องราวของ เจมส์ &โลแกน&ฮิววิตต์ ในช่วงสูงวัยเมื่อพลังการรักษาตัวของเขาค่อยๆ
เสื่อมถอยลง คราวนี้ของต้องแท็กทีมกับ ศาสตรจารย์เอ็กซ์
เพื่อช่วยดูแลมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นจิ๋วที่มีพลังเหมือนกับเขาให้รอดปลอดภัย

2.Ghost in the Shell
สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน ในบท ผู้พันโมโตโกะ คุซานางิ โดยผู้ผลิตหนังเรื่องนี้เชื่อว่าแฟนๆ
การ์ตูนมังงะก็น่าจะตื่นเต้นกับการนำเนื้อเรื่องที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็กชั่น
และโลกอนาคตที่ดูสวยสมการรอคอยอย่างแน่นอน

3.Alien: Covenant
หนังภาคต่อของ Prometheus (2012) บอกเล่าเรื่องราวของยานโคเวอแนนต์ ที่ลงมาสำรวจดาวและพบกับ
เดวิด หุ่นยนต์แอนดรอยด์ผู้รอดชีวิตจากยานโพรมีธีอุส โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกจากทั้งหมด 3
ภาคที่จะปูทางเข้าสู่ภาพยนตร์ Alien ฉบับดั้งเดิมในปี 1979

4.Wonder Woman
เจ้าหญิงอเมซอนคนนี้ก็ขโมยซีนไปไม่น้อย
และคราวนี้ก็ถึงเวลาวันเดอร์วูแมนฉายเดี่ยวในหนังของตัวเองเป็นครั้งแรก
พร้อมออกเดินทางเพื่อร่วมรบให้กับกองทัพพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และค้นหาพลังที่แท้จริงของเธอเอง

5.WHAT HAPPENED TO MONDAY
เมื่อโลกต้องเผชิญวิกฤตประชากรล้นโลก
รัฐบาลออกออกกฏบุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัวซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด
แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งกลับมีบุตรสาวเป็นแฝด 7 คน ซึ่งถูกตั้งชื่อตามวันในสัปดาห์
พวกเธอต้องซ่อนตัวไม่ให้โลกรู้และแต่ละคนจะได้ออกไปโลกภายนอกตามวันในชื่อของตัวเองเท่านั้น

6.Kingsman: The Golden Circle
เมื่อกองบัญชาการของพวกเขาถูกทำลายลงและโลกต้องตกเป็นตัวประกัน
การผจญภัยของพวกเขาได้นำไปสู่การค้นพบกับกลุ่มสายลับที่เป็นพันธมิตรใน สหรัฐฯ ที่ชื่อว่าสเตทส์แมน
ซึ่งเป็นการหวนกลับไปหาวันที่ทั้งคู่ได้รับการก่อตั้งขึ้นมา
การผจญภัยครั้งใหม่นี้จะมีการทดสอบความแข็งแกร่งและไหวพริบปฏิภาณของสายลับ พวกเขาอย่างสุดกำลัง
ทั้งสองสุดยอดองค์กรลับจะต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูตัวร้าย

7.13 Hours
เรื่องราวของหน่วยรบที่อยู่ใกล้ที่สุด ที่สามารถเข้าไปช่วยทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐในเบนกาซี ประเทศลิเบีย
จากการโจมตีของกลุ่มผู้ต่อต้าน แต่ด้วยจุดที่เขาอยู่เป็นหน่วยลับ และมีหัวหน้าที่ไม่มีความยืดหยุ่น
จึงทำให้เข้าไปช่วยได้ไม่ทัน และทำให้ต้องสูญเสียทูต และเจ้าหน้าที่ไปเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้
กลุ่มผู้ต่อต้านจะบุกมาอีกและด้วยกำลังพลและอาวุธที่ด้อยกว่า เขาจะต้องยันกลุ่มผู้ต่อต้านไว้ให้ได้

Read More
3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

1. Descendants of the Sun
ต้องบอกว่าเป็นซีรีส์ที่กำลังฮิตติดลมบนสุดๆ ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระแส หรือเรตติ้ง ที่ทำได้ดีแบบถล่มทลาย
แถมยังฮิตไปไกลถึงประเทศต่างๆ เรียกได้ว่ากระแสกัปตันฟีเวอร์มากๆ
โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกของนายทหารหนุ่มกัปตันยูชีจิน (ซงจุงกิ)
เขาคือผู้บังคับบัญชาการของหน่วยกองบัญชาการสงครามพิเศษ กับแพทย์สาวคังโมฮยอน (ซงเฮเคียว)
เธอเป็นแพทย์อาสาสมัครในทีมแพทย์ไร้พรมแดน
หลังจากทั้งคู่ได้เจอกันอีกครั้งในการทำงานร่วมกันอยู่ในเมืองหลวงต่างประเทศ ซึ่งอันตราย และห่างไกลจากบ้านเกิด
ทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรัก แต่ด้วยอุปสรรคมากมายที่ทั้งคู่ต้องผ่านไปให้ได้
กลายเป็นซีรีส์สนุกๆ ฉากสวยน่าประทับใจ พระ-นางเคมีเข้ากันสุดๆ แถมเนื้อหายังกินใจด้วยความรักชาติ
รักในหน้าที่ ในอาชีพของแต่ละตัวละคร ส่วนฉากโรแมนติกนี่บอกเลยว่าฟินมากๆ
ฉากเด็ดที่เราประทับใจในเรื่องนี้ต้องขอยกให้ฉาก ก่อนกลับประเทศเกาหลีของกัปตันยูชีจิน
คำบอกลาของพระเอกไม่ธรรมดา พระเอกตัดสินใจถามนางเอกตรงๆ ว่า เรื่องจูบจะให้ขอโทษ หรือให้สารภาพรัก
เหมือนเป็นคำบอกรัก ที่ไม่ผูกมัดให้นางเอกเป็นคนที่เลือกสถานะ ทั้งมีความสุข ทั้งเศร้า ทั้งบีบคั้น ในประโยคเดียว
นอกจากฉากนี้ ยังมีฉากฟินๆ เยอะแยะมากมายเลย ด้วยคาแรคเตอร์กวนๆ ของพระเอกทำให้แต่ละคำพูด
ดูน่ารักไปหมด แต่คิดถึงก็ยิ้มตามแล้ว
2. Cheese in the Trap
ซีรีส์จากช่องเคเบิล ที่กระแสดีจนเทียบเท่าช่องหลักของประเทศเกาหลี เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงมาจาก Webtoon
ชื่อเดียวกัน เรื่องราวของชีวิตนักศึกษาหนุ่มยูจอง ที่เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะฐานะ การศึกษา หรือหน้าตา
แต่ในทางกลับกันเขาดูเป็นคนลึกลับ ซ่อนความโหดร้ายไว้ภายใต้ความฉลาด และไหวพริบ กับนักศึกษารุ่นน้อง
ฮงซอลที่มีชีวิตแทบจะตรงกันข้ามทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเรียน ที่ฮง ซอล ขยันและตั้งใจ จนเป็นหนึ่งในนักเรียน
เรียนดีเหมือนยูจอง มีเหตุการณ์ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกัน มีเรื่องมากมายที่ ฮง ซอลไม่เข้าใจยูจอง แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆ เปิดใจ
และปรับความเข้าใจเข้าหากัน บทของยูจองเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าถึงร้ายก็รักนะ
3. Another Oh Hae Young
ซีรีส์ที่กำลังออนแอร์ และกระแสแรงสุดๆ ในเกาหลีตอนนี้ต้องยกให้เรื่องนี้เลย เรื่องราวของพัคโดยอง
ผู้กำกับเสียงชื่อดังที่มีความสามารถพิเศษมองเห็นอนาคต ต้องมาพัวพันกับ โอเฮยอง
เมื่อเขาทำลายงานแต่งงานของเธอเพราะเข้าใจผิดว่าคือแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปเหตุการณ์บานปลายมากขึ้นเมื่อย้ายเข้ามาอยู่
ข้างบ้าน เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หลากหลายรสชาติมากจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา
หรือตลกไปกับบุคลิคของตัวละคร…

Read More
ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : The French Connection

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : The French Connection

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1971เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The French
Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชรภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่อ้างอิงจากหนังสือขายดีของ โรบิน
มัวร์ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ วิลเลียม ฟรีดกิ้นภาพยนตร์เรื่อง The French Connection หรือ
มือปราบเพชรตัดเพชร
มีเนื้อหาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคู่หูแห่งนิวยอร์ก อย่าง จิมมี่“ป๊อปอาย” ดอยล์ กับ บัดดี้ “คลาวดี้” รุสโซ่
ที่กำลังติดตามขบวนการขนยาเสพติดข้ามชาติของ อแล็งชาร์นิเยร์ ชาวฝรั่งเศส
เกริ่นมาเท่านี้ท่านทั้งหลายก็น่าจะเดาออกว่าทิศทางของภาพยนตร์The French Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร
จะเป็นเช่นไร เมื่อทั้งคู่ทั้งสืบสวน ไล่ล่า และปะทะกับแกงค์ของอแล็ง ชาร์นิเยร์ เต็มรูปแบบ เพื่อตามจับคนร้ายมาลงโทษ
สุดท้ายภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร ทำผลงานได้ดีเกินคาด เมื่อกวาดออสการ์
ไปนอนกอดถึง 5 ตัว โดยเฉพาะการเป็นภาพยนตร์เรต R เรื่องแรก ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง
เช่นเดียวกับดารานำชายอย่าง จีน แฮ็คแมน ที่สวมบท จิมมี่“ป๊อปอาย” ดอยล์ ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
รวมถึงผู้กำกับอย่าง วิลเลียม ฟรีดกิ้น ที่ซิวออสการ์ไปประดับตู้โชว์ที่บ้านกับเขาเช่นกัน
ส่วนตัวภาพยนตร์ของ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร
ถือว่าทำออกมาได้ดีสมราคาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีของออสการ์ เพราะฉากบุกตะลุยที่ชวนติดตามตลอดความยาว 104 นาที
ทำให้หนังไม่น่าเบื่อแม้แต่น้อยแม้คอหนังในสมัยนี้อาจมองว่าภาพยนตร์ The French
Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร มีดีแค่การสืบสวนนอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น
กระทั่งมุมกล้องหรือดนตรีประกอบก็พื้นๆซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่เป็นหนังในปี 1972 นะครับ
นั่นหมายความว่าหากเราตัดอคติหรือการเซฟความันในปัจจุบันจ
นเผลอเอาไปตัดสินตัวภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร ถือว่าผิดอย่างแรง
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้คือพัฒนาการของหนังบู๊ที่ต่อยอดถึงปัจจุบัน
สรุปคือภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร เป็นหนังสืบสวนแบบตำรวจจับผู้ร้าย
มีอืดบ้าง มีเร่งบ้าง ตามสไตล์หนังสืบสวนสอบสวนแต่โดบรวมแล้วนี่ถือเป็นต้นตำรับของหนังบู๊ในปัจจุบันก็ว่าได้
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ภาพยนตร์ The French Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร
จะกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า 75ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากทุนสร้างแค่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
กระทั่งมีภาคต่อออกมาให้เชยชมด้วยทว่าน่าเสียดายที่ The French Connection II หรือ
มือปราบเพชรตัดเพชร 2ดันดำเนินเนื้อเรื่องอืดเกินไปจนผลงานไม่เข้าเป้า
มิเช่นนั้นเราอาจได้เห็นซีรี่ส์เรื่องนี้แบบยาวๆ ภายใต้ทุนสร้างของ
20th Century Fox…

Read More