อะนิเมะ ญี่ปุ่น

อะนิเมะ ญี่ปุ่น

อะนิเมะ เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจาก ภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé)
และจากภาษาละติน แปลว่าเคลื่อนไหว
หรือภาพเคลื่อนไหวแต่ความหมายกลายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน
ภายนอกประเทศญี่ปุ่น อะนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น
ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ
แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย
ขณะที่อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์
โดยมีแนวเรื่องหลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอน ๆ
เพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์
และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอน ๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ
อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกจากนี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
ประวัติ
จากนั้น เมื่อปี 1970 นักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นเริ่มทดลองใช้เทคนิคการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน
ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจาก ภาพยนตร์การ์ตูนใน สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป แต่ไม่ยอมรับ
เพื่อที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง ปลายปี 1970
ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้พัฒนาลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจนสามารถแบ่งแยกออกจากภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกา
ได้อย่างชัดเจน ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในญี่ปุ่น
ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และในทศวรรษที่ 1990 และ 2000
ชื่อเสียงของอะนิเมะได้แพร่ขยายไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อม ๆ
กับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศสำหรับคนที่ชื่นชอบ
นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่า กว่า 80% ของอะนิเมะ เลือกฉายรอบดึกเพื่อลดต้นทุน ไม่ได้ติดเรตในสายตาคนต่างประเทศ
ญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศที่รุ่งเรืองในด้านการทำแอนิเมชั่น มีการสนับสนุนให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง
แต่ในความเป็นจริงคนในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับละครทีวี, เกมโชว์
และรายการพิเศษมากกว่าการ์ตูนอยู่ดี เวลาฉายเรื่องใหม่ๆ จึงถูกกำหนดไว้ประมาณ 3 ช่วง
รอบเช้าจนถึงสาย (เสาร์ – อาทิตย์)
ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนเด็กและการ์ตูนที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนดังๆ เช่น One Piece, Naruto, Toriko, Bleach,
Hunter X Hunter (2011) เป็นต้น เป็นช่วงที่เจาะกลุ่มเด็กได้ดี แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กดูด้วย
จึงมีการลดความรุนแรงลงไปตามความเหมาะ…

Read More