Home Articles posted by stepthongpad
จัด 6 สุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด ตอน 2

จัด 6 สุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด ตอน 2

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับสุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด โดยครั้งที่แล้วเราได้นำเสนอ 3
เรื่องแรกไปก็น่าจะถูกใจใครหลายคน ส่วนในครั้งเราจะขอนำอีก 3 เรื่องที่เหลือมาให้ได้ชมกัน
ไปติดตามกันเลย

Wall-E (2008)
เริ่มกันที่อนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากค่ายดิสนีย์อย่าง วอลอี โดยหนังเดินเรื่องแบบเรียบง่าย
และใช้การสื่อสารทางท่าทาง
และอารมณ์แทนคำพูดว่าด้วยหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อมห้คอยเก็บตัวอย่างพืชนำกลับมาวิจัย
โดยเจ้าหุ่นตัวน้ีมีความขี้อายจนเหมือนกับมีจิตใจที่เป็นมนุษย์
ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำเอาคนที่เคยได้ชมต่างหลงรักเจ้าหุ่นนี้ไปตามๆกัน และถึงจะเป็นหนังแนวอนิเมชั่น
แต่ก็เรียกได้ว่ามีเนื้อหาที่ดีสุดๆที่สามารถสะท้อนสังคมในโลกอนาคตที่อาจเป็นไปได้อย่าวยอดเยี่ยม
ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการให้เด็กได้รับการปลูกฝังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องของการใช้ทรัพยากร
เกินขีดจำกัดที่มากเกินไปจนคนต้องอพยพไปอยู่นอกโลก
และทุกคนรูปร่างอ้วนกันหมดอันเกิดจากเทคโนโลยีที่สะดวกเกินไปจนทำให้คนในยุคอนาคตมีความขีเกียจ
และอยากใช้ความสะดวกสบายทุกอย่างในชีวิต

 

Avatar (2009)
ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนังที่ดีที่สุดท่าที่เคยมีมา แม้มันจะไม่เกี่ยวกับอวกาศโดยตรง
แต่ก็เดินเรื่องส่วนใหญ่อยู่ในอวกาศ หนังว่าด้วยเรื่องมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการแร่ชนิดหนึ่ง
ซึ่งมีเฉพาะบนดาวเคราะห์ดวงนี้เท่านั้นมาใช้เป็นประโยชน์ในอุตสาหกรรมขนาดหนัก
ทว่าที่ที่มีแร่ชนิดนี้อยู่กลับเป็นที่ตั้งของชนเผ่าท้องถิ่นทำให้ต้องใช้เจรจาการทูตเข้าต่อรองโดยให้กลุ่มตัว
เอกสวมร่างอวตารเข้าไปเรียนรู้สิถีชีวิตของคนบนดาวดวงนี้ ทว่าไม่เป็นผล และสุดท้ายก็เกิดสงครามขึ้น
และมาพร้อมกับความสูญเสีย โดยตัวหนังเดินเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือตัวละครที่ใช้ CGI
ได้สมจริงสุดๆทำมห้มันกลายเป็นหนังที่แปลกใหม่อีกทั้งขึ้นแท่นหนังทำเงินที่มีรายรับมากที่สุดในโลกปัจจุบันนี้

John Carter (2012)
ใครที่ชื่นชอบหนังอวกาศออกแนวแฟนตาซีก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้กับ จอห์น คาเตอร์
ที่เป็นเรื่องราวของมนุษย์โลกกับเจ้าหญิงแห่งดาวอังคาร
โดยหนังว่าด้วยชายหนุ่งผู้ตามหาแหล่มขุมทรัพย์
แต่กลับตกกระไดพลอยโจนข้ามมิติเดินทางสู่ดาวอังคาร และเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวการผจญภัยในครั้งนี้
ซึ่งพระเอกกลายเป็นผู้มีพลังเหนือคนทั่วไปบนดาวดวงนี้เพราะด้วยแรงโน้มถ่วงที่ต่างจากโลกทำให้สามารถกระโดดได้ไกลกว่าคนอื่น
และมีเรี่ยวแรงที่มากกว่าชนเผ่าอื่นๆบนดาวอังคารอีกด้วย…

Read More
Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

ประเภท : Tokusatsu (ฮีโร่)
กำกับโดย: Shōjirō Nakazawa,Katsuya Watanabe,Noboru Takemoto,Hiroyuki Katō
จำนวนตอน : 50 ตอน
ออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015
ทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลา 7.30 – 8.00 น.
ภาพยนต์เอาใจเด็กขบวนการ 5 สีชุดใหม่ หรือ Super Sentai “ลำดับที่ 38″ Ressha Sentai
Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー) หรือชื่อไทย “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”
สำหรับประเทศไทย ลิขสิทธิ์โดย โรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอร์ปอเรชั่นออกอากาศทางช่อง 3 แฟมิลี่
ทุกวันศุกร์ เวลา 6.00 – 6.30 น. และ 18.00 – 18.30 น. เริ่มวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2015 และออกอากาศทางช่อง
Gang Cartoon ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น.และทุกวันศุกร์ เวลา 16.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2015
นับตั้งแต่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นก็ถูกใจเด็กๆมากเลยทีเดียว
อีกทั้งมีการผลิตโมเดลของเล่นเพื่อเรียกยอดขายอีกด้วย
ถึงแม้ว่าภาพยนต์เรื่องนี้จะถูกวิจารณ์ยับในหมู่วัยผู้ใหญ่
แต่เมื่อได้ออกอากาศแล้วเหล่าแฟนๆทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็ติดตามจนจบบริบูรณ์
อาจเป็นเพราะเอฟเฟ็กที่ทำมาให้น่าดูกำกับสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์โดย บุสึดะ ฮิโรชิ (Gaim x Wizard Movie)
กำกับฉากแอ็คชั่นโดย ฟุคุซาว่า ฮิโรฟุมิ (Kyoryuger vs Go-Busters)
สำหรับชื่อตัวละครก็มีดังนี้ #1เรดเรชชาร์ / #2 บลูเรชชาร์ / #3เยลโล่เรชชาร์ /#4กรีนเรชชาร์ และ #5พิงค์เรชชาร์ สำหรับแก๊ง “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”…

Read More

หนังแอคชั่นในตำนาน ที่ไม่ควรพลาด

1.Logan
วูลฟ์เวอรีน บอกเล่าเรื่องราวของ เจมส์ &โลแกน&ฮิววิตต์ ในช่วงสูงวัยเมื่อพลังการรักษาตัวของเขาค่อยๆ
เสื่อมถอยลง คราวนี้ของต้องแท็กทีมกับ ศาสตรจารย์เอ็กซ์
เพื่อช่วยดูแลมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นจิ๋วที่มีพลังเหมือนกับเขาให้รอดปลอดภัย

2.Ghost in the Shell
สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน ในบท ผู้พันโมโตโกะ คุซานางิ โดยผู้ผลิตหนังเรื่องนี้เชื่อว่าแฟนๆ
การ์ตูนมังงะก็น่าจะตื่นเต้นกับการนำเนื้อเรื่องที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็กชั่น
และโลกอนาคตที่ดูสวยสมการรอคอยอย่างแน่นอน

3.Alien: Covenant
หนังภาคต่อของ Prometheus (2012) บอกเล่าเรื่องราวของยานโคเวอแนนต์ ที่ลงมาสำรวจดาวและพบกับ
เดวิด หุ่นยนต์แอนดรอยด์ผู้รอดชีวิตจากยานโพรมีธีอุส โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกจากทั้งหมด 3
ภาคที่จะปูทางเข้าสู่ภาพยนตร์ Alien ฉบับดั้งเดิมในปี 1979

4.Wonder Woman
เจ้าหญิงอเมซอนคนนี้ก็ขโมยซีนไปไม่น้อย
และคราวนี้ก็ถึงเวลาวันเดอร์วูแมนฉายเดี่ยวในหนังของตัวเองเป็นครั้งแรก
พร้อมออกเดินทางเพื่อร่วมรบให้กับกองทัพพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และค้นหาพลังที่แท้จริงของเธอเอง

5.WHAT HAPPENED TO MONDAY
เมื่อโลกต้องเผชิญวิกฤตประชากรล้นโลก
รัฐบาลออกออกกฏบุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัวซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด
แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งกลับมีบุตรสาวเป็นแฝด 7 คน ซึ่งถูกตั้งชื่อตามวันในสัปดาห์
พวกเธอต้องซ่อนตัวไม่ให้โลกรู้และแต่ละคนจะได้ออกไปโลกภายนอกตามวันในชื่อของตัวเองเท่านั้น

6.Kingsman: The Golden Circle
เมื่อกองบัญชาการของพวกเขาถูกทำลายลงและโลกต้องตกเป็นตัวประกัน
การผจญภัยของพวกเขาได้นำไปสู่การค้นพบกับกลุ่มสายลับที่เป็นพันธมิตรใน สหรัฐฯ ที่ชื่อว่าสเตทส์แมน
ซึ่งเป็นการหวนกลับไปหาวันที่ทั้งคู่ได้รับการก่อตั้งขึ้นมา
การผจญภัยครั้งใหม่นี้จะมีการทดสอบความแข็งแกร่งและไหวพริบปฏิภาณของสายลับ พวกเขาอย่างสุดกำลัง
ทั้งสองสุดยอดองค์กรลับจะต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูตัวร้าย

7.13 Hours
เรื่องราวของหน่วยรบที่อยู่ใกล้ที่สุด ที่สามารถเข้าไปช่วยทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐในเบนกาซี ประเทศลิเบีย
จากการโจมตีของกลุ่มผู้ต่อต้าน แต่ด้วยจุดที่เขาอยู่เป็นหน่วยลับ และมีหัวหน้าที่ไม่มีความยืดหยุ่น
จึงทำให้เข้าไปช่วยได้ไม่ทัน และทำให้ต้องสูญเสียทูต และเจ้าหน้าที่ไปเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้
กลุ่มผู้ต่อต้านจะบุกมาอีกและด้วยกำลังพลและอาวุธที่ด้อยกว่า เขาจะต้องยันกลุ่มผู้ต่อต้านไว้ให้ได้

Read More
3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

1. Descendants of the Sun
ต้องบอกว่าเป็นซีรีส์ที่กำลังฮิตติดลมบนสุดๆ ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระแส หรือเรตติ้ง ที่ทำได้ดีแบบถล่มทลาย
แถมยังฮิตไปไกลถึงประเทศต่างๆ เรียกได้ว่ากระแสกัปตันฟีเวอร์มากๆ
โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกของนายทหารหนุ่มกัปตันยูชีจิน (ซงจุงกิ)
เขาคือผู้บังคับบัญชาการของหน่วยกองบัญชาการสงครามพิเศษ กับแพทย์สาวคังโมฮยอน (ซงเฮเคียว)
เธอเป็นแพทย์อาสาสมัครในทีมแพทย์ไร้พรมแดน
หลังจากทั้งคู่ได้เจอกันอีกครั้งในการทำงานร่วมกันอยู่ในเมืองหลวงต่างประเทศ ซึ่งอันตราย และห่างไกลจากบ้านเกิด
ทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรัก แต่ด้วยอุปสรรคมากมายที่ทั้งคู่ต้องผ่านไปให้ได้
กลายเป็นซีรีส์สนุกๆ ฉากสวยน่าประทับใจ พระ-นางเคมีเข้ากันสุดๆ แถมเนื้อหายังกินใจด้วยความรักชาติ
รักในหน้าที่ ในอาชีพของแต่ละตัวละคร ส่วนฉากโรแมนติกนี่บอกเลยว่าฟินมากๆ
ฉากเด็ดที่เราประทับใจในเรื่องนี้ต้องขอยกให้ฉาก ก่อนกลับประเทศเกาหลีของกัปตันยูชีจิน
คำบอกลาของพระเอกไม่ธรรมดา พระเอกตัดสินใจถามนางเอกตรงๆ ว่า เรื่องจูบจะให้ขอโทษ หรือให้สารภาพรัก
เหมือนเป็นคำบอกรัก ที่ไม่ผูกมัดให้นางเอกเป็นคนที่เลือกสถานะ ทั้งมีความสุข ทั้งเศร้า ทั้งบีบคั้น ในประโยคเดียว
นอกจากฉากนี้ ยังมีฉากฟินๆ เยอะแยะมากมายเลย ด้วยคาแรคเตอร์กวนๆ ของพระเอกทำให้แต่ละคำพูด
ดูน่ารักไปหมด แต่คิดถึงก็ยิ้มตามแล้ว
2. Cheese in the Trap
ซีรีส์จากช่องเคเบิล ที่กระแสดีจนเทียบเท่าช่องหลักของประเทศเกาหลี เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงมาจาก Webtoon
ชื่อเดียวกัน เรื่องราวของชีวิตนักศึกษาหนุ่มยูจอง ที่เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะฐานะ การศึกษา หรือหน้าตา
แต่ในทางกลับกันเขาดูเป็นคนลึกลับ ซ่อนความโหดร้ายไว้ภายใต้ความฉลาด และไหวพริบ กับนักศึกษารุ่นน้อง
ฮงซอลที่มีชีวิตแทบจะตรงกันข้ามทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเรียน ที่ฮง ซอล ขยันและตั้งใจ จนเป็นหนึ่งในนักเรียน
เรียนดีเหมือนยูจอง มีเหตุการณ์ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกัน มีเรื่องมากมายที่ ฮง ซอลไม่เข้าใจยูจอง แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆ เปิดใจ
และปรับความเข้าใจเข้าหากัน บทของยูจองเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าถึงร้ายก็รักนะ
3. Another Oh Hae Young
ซีรีส์ที่กำลังออนแอร์ และกระแสแรงสุดๆ ในเกาหลีตอนนี้ต้องยกให้เรื่องนี้เลย เรื่องราวของพัคโดยอง
ผู้กำกับเสียงชื่อดังที่มีความสามารถพิเศษมองเห็นอนาคต ต้องมาพัวพันกับ โอเฮยอง
เมื่อเขาทำลายงานแต่งงานของเธอเพราะเข้าใจผิดว่าคือแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปเหตุการณ์บานปลายมากขึ้นเมื่อย้ายเข้ามาอยู่
ข้างบ้าน เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หลากหลายรสชาติมากจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา
หรือตลกไปกับบุคลิคของตัวละคร…

Read More
ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : The French Connection

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : The French Connection

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1971เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The French
Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชรภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่อ้างอิงจากหนังสือขายดีของ โรบิน
มัวร์ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ วิลเลียม ฟรีดกิ้นภาพยนตร์เรื่อง The French Connection หรือ
มือปราบเพชรตัดเพชร
มีเนื้อหาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคู่หูแห่งนิวยอร์ก อย่าง จิมมี่“ป๊อปอาย” ดอยล์ กับ บัดดี้ “คลาวดี้” รุสโซ่
ที่กำลังติดตามขบวนการขนยาเสพติดข้ามชาติของ อแล็งชาร์นิเยร์ ชาวฝรั่งเศส
เกริ่นมาเท่านี้ท่านทั้งหลายก็น่าจะเดาออกว่าทิศทางของภาพยนตร์The French Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร
จะเป็นเช่นไร เมื่อทั้งคู่ทั้งสืบสวน ไล่ล่า และปะทะกับแกงค์ของอแล็ง ชาร์นิเยร์ เต็มรูปแบบ เพื่อตามจับคนร้ายมาลงโทษ
สุดท้ายภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร ทำผลงานได้ดีเกินคาด เมื่อกวาดออสการ์
ไปนอนกอดถึง 5 ตัว โดยเฉพาะการเป็นภาพยนตร์เรต R เรื่องแรก ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง
เช่นเดียวกับดารานำชายอย่าง จีน แฮ็คแมน ที่สวมบท จิมมี่“ป๊อปอาย” ดอยล์ ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
รวมถึงผู้กำกับอย่าง วิลเลียม ฟรีดกิ้น ที่ซิวออสการ์ไปประดับตู้โชว์ที่บ้านกับเขาเช่นกัน
ส่วนตัวภาพยนตร์ของ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร
ถือว่าทำออกมาได้ดีสมราคาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีของออสการ์ เพราะฉากบุกตะลุยที่ชวนติดตามตลอดความยาว 104 นาที
ทำให้หนังไม่น่าเบื่อแม้แต่น้อยแม้คอหนังในสมัยนี้อาจมองว่าภาพยนตร์ The French
Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร มีดีแค่การสืบสวนนอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น
กระทั่งมุมกล้องหรือดนตรีประกอบก็พื้นๆซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่เป็นหนังในปี 1972 นะครับ
นั่นหมายความว่าหากเราตัดอคติหรือการเซฟความันในปัจจุบันจ
นเผลอเอาไปตัดสินตัวภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร ถือว่าผิดอย่างแรง
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้คือพัฒนาการของหนังบู๊ที่ต่อยอดถึงปัจจุบัน
สรุปคือภาพยนตร์ The French Connection หรือมือปราบเพชรตัดเพชร เป็นหนังสืบสวนแบบตำรวจจับผู้ร้าย
มีอืดบ้าง มีเร่งบ้าง ตามสไตล์หนังสืบสวนสอบสวนแต่โดบรวมแล้วนี่ถือเป็นต้นตำรับของหนังบู๊ในปัจจุบันก็ว่าได้
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ภาพยนตร์ The French Connection หรือ มือปราบเพชรตัดเพชร
จะกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า 75ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากทุนสร้างแค่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
กระทั่งมีภาคต่อออกมาให้เชยชมด้วยทว่าน่าเสียดายที่ The French Connection II หรือ
มือปราบเพชรตัดเพชร 2ดันดำเนินเนื้อเรื่องอืดเกินไปจนผลงานไม่เข้าเป้า
มิเช่นนั้นเราอาจได้เห็นซีรี่ส์เรื่องนี้แบบยาวๆ ภายใต้ทุนสร้างของ
20th Century Fox…

Read More
หนังแอคชั่นในตำนาน ที่ไม่ควรพลาด

หนังแอคชั่นในตำนาน ที่ไม่ควรพลาด

1.Logan
วูลฟ์เวอรีน บอกเล่าเรื่องราวของ เจมส์ โลแกนฮิววิตต์ ในช่วงสูงวัยเมื่อพลังการรักษาตัวของเขาค่อยๆ
เสื่อมถอยลง คราวนี้ของต้องแท็กทีมกับ ศาสตรจารย์เอ็กซ์
เพื่อช่วยดูแลมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นจิ๋วที่มีพลังเหมือนกับเขาให้รอดปลอดภัย

2.Ghost in the Shell
สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน ในบท ผู้พันโมโตโกะ คุซานางิ โดยผู้ผลิตหนังเรื่องนี้เชื่อว่าแฟนๆ
การ์ตูนมังงะก็น่าจะตื่นเต้นกับการนำเนื้อเรื่องที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็กชั่น
และโลกอนาคตที่ดูสวยสมการรอคอยอย่างแน่นอน

3.Alien: Covenant
หนังภาคต่อของ Prometheus (2012) บอกเล่าเรื่องราวของยานโคเวอแนนต์ ที่ลงมาสำรวจดาวและพบกับ
เดวิด หุ่นยนต์แอนดรอยด์ผู้รอดชีวิตจากยานโพรมีธีอุส โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกจากทั้งหมด 3
ภาคที่จะปูทางเข้าสู่ภาพยนตร์ Alien ฉบับดั้งเดิมในปี 1979

4.Wonder Woman
เจ้าหญิงอเมซอนคนนี้ก็ขโมยซีนไปไม่น้อย
และคราวนี้ก็ถึงเวลาวันเดอร์วูแมนฉายเดี่ยวในหนังของตัวเองเป็นครั้งแรก
พร้อมออกเดินทางเพื่อร่วมรบให้กับกองทัพพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
และค้นหาพลังที่แท้จริงของเธอเอง

5.WHAT HAPPENED TO MONDAY
เมื่อโลกต้องเผชิญวิกฤตประชากรล้นโลก
รัฐบาลออกออกกฏบุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัวซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด
แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครอบครัวหนึ่งกลับมีบุตรสาวเป็นแฝด 7 คน ซึ่งถูกตั้งชื่อตามวันในสัปดาห์
พวกเธอต้องซ่อนตัวไม่ให้โลกรู้และแต่ละคนจะได้ออกไปโลกภายนอกตามวันในชื่อของตัวเองเท่านั้น

6.Kingsman: The Golden Circle
เมื่อกองบัญชาการของพวกเขาถูกทำลายลงและโลกต้องตกเป็นตัวประกัน
การผจญภัยของพวกเขาได้นำไปสู่การค้นพบกับกลุ่มสายลับที่เป็นพันธมิตรใน สหรัฐฯ ที่ชื่อว่าสเตทส์แมน
ซึ่งเป็นการหวนกลับไปหาวันที่ทั้งคู่ได้รับการก่อตั้งขึ้นมา
การผจญภัยครั้งใหม่นี้จะมีการทดสอบความแข็งแกร่งและไหวพริบปฏิภาณของสายลับ พวกเขาอย่างสุดกำลัง
ทั้งสองสุดยอดองค์กรลับจะต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูตัวร้าย

7.13 Hours
เรื่องราวของหน่วยรบที่อยู่ใกล้ที่สุด ที่สามารถเข้าไปช่วยทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐในเบนกาซี ประเทศลิเบีย
จากการโจมตีของกลุ่มผู้ต่อต้าน แต่ด้วยจุดที่เขาอยู่เป็นหน่วยลับ และมีหัวหน้าที่ไม่มีความยืดหยุ่น
จึงทำให้เข้าไปช่วยได้ไม่ทัน และทำให้ต้องสูญเสียทูต และเจ้าหน้าที่ไปเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้
กลุ่มผู้ต่อต้านจะบุกมาอีกและด้วยกำลังพลและอาวุธที่ด้อยกว่า เขาจะต้องยันกลุ่มผู้ต่อต้านไว้ให้ได้…

Read More
จากอดีตถึงปัจจุบัน!5หนังทำงานมากสุดในโลก

จากอดีตถึงปัจจุบัน!5หนังทำงานมากสุดในโลก

5.Spider-Man: Homecoming (Sony, Walt Disney)

หนังเรื่องที่ 16 ในจักรวาล MCUเป็นหนังร่วมสร้างของโซนี่กับวอลท์ดิสนีย์
โดยสไปดี้เวอร์ชั่นนี้คือการรีบูทให้มาร่วมจักรวาล MCU นั่นเองไม่ใช่ภาคต่อ
ถือว่าเป็นการเล่าจุดกำเนิดสไปดี้อีกมุมนึงที่มีทั้งดราม่าและความฮา
เด็กมัธยมปลายได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่มันก็จะออกมาขาดเกินๆแบบนี้ละ

โดยมีทุนสร้าง 175 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 880 ล้านดอลลาร์ ($880,166,924)

4. Despicable Me 3 (Universal Pictures)

เป็นหนังอนิเมชั่นที่ภาคก่อนๆตัวประกอบหรือเหล่ามินเนี่ยนขโมยซีนกระจาย ดังขนาดมีหนังเดี่ยวของตัวเอง
ขายสินค้าขายลิขสิทธิ์มินเนี่ยนได้อีกมหาศาล ต่อยอดจากหนังทำรายได้มากกว่าหนังไปแล้ว 555+
แต่หนังดั้งเดิมอย่างเรื่องนี้ก็ยังคงแรงสุดๆเช่นกัน แรงขนาดติดอันดับ 4 นะเอ้อ และพันล้านดอลลาร์ครับ

ทุนสร้าง 80 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,033 ล้านดอลลาร์ ($1,033,508,147)

3. The Fate of the Furious (Universal Pictures)

ฟาสท์ 8 นี่ก็อีกเรื่อง ที่ขายแอคชั่นและบทบู๊ล้างผลาญแบบวินาศสันตะโรแบบจัดเต็ม นักวิจารณ์ยี้
แต่คนดูส่วนใหญ่ในโลกชอบ ผมก็ชอบ ^^ หนังว่าด้วยเรื่องสุดยอดวายร้ายสาวสุดจี๊ด
ที่เล่นเอาทีมดอมแทบไปไม่เป็นเลยทีเดียว หนังก้าวข้ามการแข่งรถไปแล้ว หนังพาไปสู่องค์กรร้ายข้ามชาติไปโน่น
ภาคนี้มีเรือดำน้ำ ภาคหน้าคงไปถึงยานอวกาศ 555+

ทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,235 ล้านดอลลาร์ ($1,235,761,498)

2. Beauty and the Beast (Walt Disney)

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นหนังเรื่องแรกของปีที่ทะลุพันล้าน ณ ปัจจุบันเป็นอันดับสองงของปีนี้
หนังมีความเทพนิยายแฟนตาซีสูงปรี้ด ภาพสวยจัด เพลงเพราะ สนุกเพลิดเพลิน อิ่มเอมเปรมใจ ไร้มลพิษ
หลังออกจากโรงหนัง ได้พลังด้านบวกออกไปสู้กับโลกความจริงที่โหดร้ายกันต่อไป..

ทุนสร้าง 160 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,263 ล้านดอลลาร์ ($1,263,521,126)

1.Star Wars: The Last Jedi (Walt Disney)
“สงครามดวงดาวยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพสตอร์มทรูปเปอร์” เพราะเดอะลาสท์เจไดยังไม่ออกจากโรงหนังครับ
แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ทำเงินไปสูงสุดของปีแล้ว หนังว่าด้วยเรื่องราวการปะทะกันของปฐมภาคีและฝ่ายต่อต้าน
ดราม่าแอคชั่นมาเต็ม แถมยังพลิกหลายตลบจนคนดูจับทางไม่ถูกเลยทีเดียว
ทุนสร้าง 200 ล้านดอลลาร์ รายได้ทั่วโลกที่ 1,320 ล้านดอลลาร์ ($1,320,568,448)

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากที่เรากล่าวมานั้น ยังมีอีกหลายภาพยนตร์ ระดับแนวหน้า ที่ทำเงินได้สูงเช่นกัน และ
เราเชื่อว่า ในอนาคต จะมีภาพยนตร์ อีกหลายเรื่อง ที่ก้าวขึ้นมาทำลายสถิตินี้…

Read More
3 อันดับ หนังแฟนตาซีทำเงินของโลกภาพยนตร์(ชุดที่ 1)

3 อันดับ หนังแฟนตาซีทำเงินของโลกภาพยนตร์(ชุดที่ 1)

นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่วงการภาพยนตร์ได้ผลิตหนังออกมาสู่สายตาชาวโลกจำนวนนับไม่ถ้วน
และบางเรื่องได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงพร้อมทำรายได้ถล่มทลายไปทั่วโลกอย่างมหาศาลจน ณ
ปัจจุบัน หนังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียวในทุกวันนี้
ซึ่งบางเรื่องนอกจากจะทำรายได้สูงแล้วยังถือเป็นหนังที่ทำให้นักแสดงในเรื่องนั้นๆแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักไป
ทั่วโลกอีกด้วย และนี่คือ 3 ภาพยนตร์ที่เคยทำรายได้มากที่สุดในโลกของ Box Office ที่เรานำมาให้ดูกัน

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
เริ่มกันที่เรื่องแรกจากหนังที่นำสุดยอดการ์ตูนหนังของค่ายดิสนีย์มาแปลงเป็นรู้แบบคนแสดงจริงกับ
โฉมงามกับเจ้าชายอสูรที่ได้ เอ็มมา วัตสัน นางเอกคนดังมารับบทเบล
หญิงสาวผู้ที่ต้องพบโชคชะตานำพาไปเจอกับเจ้าชายที่ถูกสาปให้กลายเป็นอสูรร้าย
โดยในเรื่องถูกแกะแบบมาจากการ์ตูนเป๊ะๆแถมนักแสดงไล่ตั้งแต่นางเอกไปจนถึงตัวประกอบทางผู้สร้าง
ก็ใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดจนทำให้เหมือนจริงอิงจากการ์ตูนสุดๆที่สำคัญพร็อบการแต่งตัวก็เหมือนไม่มีผิดเพี้ยน และแน่นอนว่า CG
ตัวเจ้าชายอสูรก็ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียวสำหรับเรื่องนี้ทำเงินไป 1,262,454,918 เหรียญสหรัฐ

Frozen
เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะไม่รู้อนิเมชั่นเรื่องนี้ โดย Frozen ถูกนำมาออกฉายในปี 2013
ซึ่งสามารถทำรายได้ไปถึง 1,287,000,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว Frozen
ว่าด้วเรื่องราวความเป็นมาของราชินีหิมะที่เป็นผู้มีพลังพิเศษ
และมีน้องสาวที่ออกตามหารักแท้เพื่อแก้ไขคำสาปที่เคยสาปไว้
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากพร้อมกับการกำเนิดใหม่ของเจ้าหญิงดิสนีย์คนใหม่
จนโด่งดังไปทั่วโลกยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โด่งดังเป็นพลุแตกยิ่งขึ้นไปอีกคือเพลงประกอบ
ภาพยนตร์อย่าง Let it go ที่ฮิตสุดๆในขณะนั้น ซึ่งน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินเพลงนี้

แฮรี่ พ็อตเตอร์ กับ เครื่องรางยมทูต
มาถึงเรื่องสุดท้ายก็ไม่ใครเรื่องใดนอกจากจะเป็นอภิมหาสุดยอดหนังพ่อมดแห่งศตวรรษอย่าง แฮรี่พ็อตเตอร์
ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังที่อยู่ในช่วงเติบโตของวัยรุ่นยุคหนึ่งที่ถูกผลิตแทบจะออกมาฉายเป็นปีต่อปีกันเลยที
เดียวหลายคนคงยังจำกันได้กับหนุ่มน้อยใส่แว่นผู้รอดชีวิตในวัยเด็กจากการสังหารของ ลอร์ด
โวลเดอร์มอล จนต่อมาได้กลายเป็นพ่อมดน้อยในโรงเรียนสอนเวทมนต์ฮอกวอร์ตและความสนุกของหนังก็ได้เริ่มต้นขึ้น
สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นหนังทำเงินนั่นคือการสร้างมาจากหนังสือของ เจ เค โรวลิ่ง
ที่เดิมทีเป็นนิยายยอดฮิตอยู่แล้ว แต่พอมาทำเป็น Live Action ก็สร้างความฮิตขึ้นไปอีกขั้น
โดยหนังเรื่องนี้สร้างยาวนานถึง 10 ปี ก่อนจะจบตำนานลงไปเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับรายได้ที่ทำไป 1,341,511,219 เหรียญสหรัฐ…

Read More
อนิเมะไขความลับทำไม “เจ็ทแมน” ถึงเป็นหนังเซนไดที่ดีที่สุด

อนิเมะไขความลับทำไม “เจ็ทแมน” ถึงเป็นหนังเซนไดที่ดีที่สุด

เด็กๆในวัยที่ตอนนี้อายุเข้าเลข3 หรือสองปลายๆ ที่เติบโตมากับการ์ตูนช่อง 9 และรับวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นมา
พวกเขาย่อมเติบโดมากับหนังขบวนการห้าสี ที่ชาวไทยชอบเรียก หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าเซนได
และมีเข้ามาฉายในบ้านเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมี 1 เรื่องที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาล นั้นคือ ขบวนการวิหคสายฟ้า หรือว่า
เจ็ทแมน ทุกวันนี้เสียงเพลง เจ็ทโตะ เจ็ทโตะแมน ยังดังก้องหูแฟนๆ
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นขบวนการห้าสีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่สร้างมา
อันดับแรก เซ็นไดจะประสบความสำเร็จได้ ตัวละครนำทั้ง 5 คนต้องมีเอกลักษณ์ให้คนจดจำได้
และเจ๊ทแมนทำได้ออกมาสำเร็จ และดีเยี่ยม หากหนังเรื่องอื่นเราจะเห็นคนที่ถูกคัดเลือกมาเป็นนักรบทั้ง 5 แล้ว
ในเจ๊ทแมนเราจะเห็นสิ่งตรงกันข้าม เมื่อรังสีแปลงร่างตกลงไปบนโลก โดนร่างมนุษย์ 4 คน คน 4 ประเภท 4
บุคลิกที่แตกต่างกัน เป็นหน้าที่ของสีแดง หรือพระเอกนำที่ต้องรวบรวมทุกคนให้เป็นทีม และต่อสู้กับเหล่าวายร้าย
หากจะไล่ๆแล้ว เอกลักษณ์ของแต่ละคนแทบไม่เปลี่ยนยันจบเรื่อง ทั้งเท็นโด ริว (Red Hawk)
ในบุคลิกผู้นำแต่อ่อนไหวโคตรๆกับคนรักของตนเอง , ยูกิ ไค (Black Condor)
บุคลิกเพลย์บอยแต่รักและจริงใจต่อคาโอริและใจนักเลงเอามากๆ , โออิชิ ไรตะ (Yellow Owl)
เด็กบ้านไร่ที่มีแฟนผู้น่ารักแต่หลงรักคาโอริแบบเบาๆ , โรคุเมคัง คาโอริ (White Swan)
ลูกคุณหนูโคตรๆผู้ใจสู้และหลงรักริว และคนสุดท้ายฮายาซากะ อาโกะ (Blue Swallow)
เด็กนักเรียนมัธยมปลายผู้ขี้เล่นและจิตใจดี สังเกตุได้ว่าทั้ง 5 คนบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน
และสิ่งที่น่าติดตามนอกจากสู้กับปีศาจแล้ว พวกนี้จะทะเลาะอะไรกันอีก
เรื่องราวของเจ็ทแมนตอนนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งคือ เมื่อเจอกับฝ่ายตรงข้ามที่มีพลังมากหรือมีระดับที่สูงขึ้น
หากเหล่าเจ็ทแมนสู้รบไม่ถูกยุทธศาสตร์ หรือไม่ยอมอยู่ภายใต้สิทธอำนาจของผู้บังคับบัญชา
หรือการรวมร่างมีกำลังอ่อนเกินไป เหล่าเจ็ทแมนก็อาจจะเสียเปรียบ จนหุ่นยนต์เจ็ทอิคารอสเสียหาย
บางครั้งความเสียหายก็อาจเกิดจากอาวุธของตนเอง นี้เป็นแบบเล็งถึง
เมื่อผู้เชื่อเจอะเจอกับซาตานที่มีกำลังมากหรือซาตานที่มีระดับที่สูง หากเหล่าผู้เชื่อสู้รบอย่างไม่มียุทธศาสตร์
หรือไม่ยอมอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจที่วางไว้ หรือมีความขัดแย้งขึ้นในอวัยวะของพระกาย เหล่าผู้เชื่อก็อาจเสียเปรียบ
จนทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งความเสียหายบางครั้งก็อาจเกิดจากการใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณอย่างไม่ถูกทิศทาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเหล่าผู้เชื่อมีกำลังมากขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้าและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน…

Read More
ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1967 : เมาคลีลูกหมาป่า

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1967 : เมาคลีลูกหมาป่า

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1967
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น เมาคลีลูกหมาป่า
หรือ The Jungle Book ภาพยนตร์อนิเมชั่นของ Walt Disney
ที่สร้างจากนิยายของ รัดยาร์ด คิปลิง นักเขียนชาวอังกฤษ
ซึ่งถือเป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกๆ ที่ทำเงินทั่วโลกถล่มทลาย
โดยเนื้อเรื่องของ เมาคลีลูกหมาป่า หรือ The Jungle Book
ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย กล่าวถึงแค่ เมาคลี
เป็นเด็กทารกที่พลัดหลงจากพ่อแม่ ในป่าลึกของอินเดีย
และเติบโตมาโดยการเลี้ยงดูจากหมาป่าตัวผู้ก็เลยกลายเป็นลูกหมาป่านั่นเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ เมาคลีลูกหมาป่า หรือ The Jungle
Book mทำเงินทั่วโลกถล่มทลายเกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากทุนสร้างเพียง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
คือความหมายอันลึกซึ้งที่แอบแฝงอยู่ในภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้นอกจากนี้ก่อนจะมีการสร้าง เมาคลีลูกหมาป่า หรือ The
Jungle Book ยังเกิดดราม่าอย่างรุนแรงในรั้ว Walt Disney เมื่อบิลล์ พีท
ที่ได้รับการวางตัวให้ดัดแปลงบทภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ดันมีปากเสียงรุนแรงกับ วอลท์ ดิสนี่ย์ เจ้าของบริษัท
สุดท้าย Walt Disney มอบหมายให้ แลร์รี่ เคลมม่อนส์
เข้ามารับหน้าที่ดัดแปลงบทภาพยนตร์อนิเมชั่น เมาคลีลูกหมาป่าหรือ The Jungle Book แทน แม้ บิลล์ พีท
จะสร้างชื่อจากอนิเมชั่นอย่าง 101 Dalmatians ก็ตามกระนั้น วอลท์ ดิสนี่ย์ เหมือนจะคิดถูก
แม้เข้าจะเสียชีวิตก่อนภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องนี้ออกฉาย เนื่องจากแลร์รี่ เคลมม่อนส์ สามารถดัดแปลงนิยาย เมาคลีลูกหมาป่า หรือ
The Jungle Book ที่มีถึง 12 เล่มออกมาเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมเกินบรรยาย
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เรื่องราวของ เมาคลีลูกหมาป่าหรือ The Jungle Book จะแตกต่างกันอย่างมาก
เพราะในภาพยนตร์อนิเมชั่นจะมีตัวละครมากมายเพิ่มเข้ามารวมถึงเรื่องราวผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านิยาย
นอกจากนี้ฉากจบของ เมาคลีลูกหมาป่า หรือ The JungleBook น่าจะถูกอกถูกใจผู้ชมไม่น้อย เพราะ เมาคลี
เลือกไปอยู่กับมนุษย์ เนื่องจากถูกยั่วยวนโดยหญิงสาวซึ่งผู้ปกครองบางคนอาจจะไม่ค่อยประทับใจเท่าไร ฮา ฮา
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งลงไป เมาคลีลูกหมาป่า หรือ The JungleBook พยายามจะบอกว่าเป้าหมายในชีวิตของมนุษย์ไม่ได้มีอื่นใด
นอกเสียจากมีครอบครัว แต่งงานแล้วใช้ชีวิตวนลูปต่อไปอย่างนี้จากรุ่นสู่รุ่นมองได้ทั้งแง่ลบและแง่บวก
ทว่าโดยรวมแล้วภาพยนตร์อนิเมชั่น เมาคลีลูกหมาป่า หรือThe Jungle Bookก็เป็นอนิเมชั่นที่สร้างออกมาได้ตื่นตาตื่นใจมากในยุคนั้น
การดำเนินเรื่องราวควรค่าแก่การขึ้นชั้นเป็นหนึ่งในตำนานภาพยนตร์อนิเมชั่นของฮอลลีวู้ดอย่างไม่ต้องสงสัย…

Read More