Home Archive By Category "หนังมาใหม่"
Shut In หลอนเป็น หลอนตาย

Shut In หลอนเป็น หลอนตาย

แวบแรกที่เห็นโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Shut In หลอนเป็น หลอนตาย
ก็เรียกความน่าสนใจจากผมได้เลย
ภาพเน้นโทนสีขาวดำให้อารมณ์เปลี่ยวเหงาดูวังเวงชอบกล
มีภาพของบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางพายุหิมะที่กำลังถาโถมอย่างรุนแรง
พร้อมข้อความที่ว่า “อย่าเชื่อทุกสิ่งที่คุณเห็น” บ้านหลังนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล
สิ่งนั้นคืออะไร ไม่รอช้าที่จะเข้าไปพิสูจน์ในโรงภาพยนตร์
Shut In หลอนเป็น หลอนตาย ผลงานการกำกับของ ฟาร์เรน แบล็กเบิร์น (Farren
Blackburn) ว่าด้วยเรื่องราวของ แม่รี นักจิตวิทยาสาว รับบทโดย นาโอมิ วัตส์ (Naomi
Watts) ที่อาศัยอยู่ในย่านชนบทของเมืองนิวอิงแลนด์
ดันติดอยู่ในบ้านท่ามกลางหิมะที่ถาโถมเข้ามาในช่วงสุดสัปดาห์
เธอต้องช่วยเหลือเด็กผู้ชายซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเธอเองที่เกิดประสบอุบัติเหตุจนร่างกา
ยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ขณะที่เธอก็สนใจที่อยากจะรักษาคนไข้รายหนึ่งที่เป็นเด็กอีกด้วย
ทว่าหลังจากที่เด็กคนนั้นมาที่บ้านของเธอ คนไข้รายนี้กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ

ภาพยนตร์เดินเรื่องค่อนข้างกระชับภายในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
โดยในช่วงแรกปูพื้นให้เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเข้าเรื่องในเวลาต่อมา
ด้วยสไตล์ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวละครเยอะให้วุ่นวาย
ฉากก็มีเพียงไม่กี่ฉาก
แต่เน้นสร้างอารมณ์และสร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกอินตามไปด้วยได้อย่างน่าสนใจ

อดไม่ได้ที่จะต้องนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับ Don’t Breathe
ผลงานของผู้กำกับ เฟด อัลวาเรซ (Fede Alvarez) ที่เพิ่งฉายไปได้ไม่นานนี้
ด้วยสไตล์ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในบ้านเหมือนกัน
แน่นอนว่าตัวเนื้อเรื่องมีเรื่องให้ผู้ชมได้เซอร์ไพรส์เหมือนกันทั้งคู่ แต่ถ้าใครได้ดู Don’t
Breathe ก่อนหน้าที่จะมาดู Shut In อาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูจะซอฟต์กว่า

และทำให้เห็นว่าฉากระทึกขวัญในบ้านที่เป็นฉากสำคัญของเรื่องดูจะยังไม่ตื่นเต้นมา
กเท่าไรนัก
แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องราวที่หักมุมในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องก็ทำให้ต้องนั่งลุ้นระทึกว่าเ
รื่องราวจะจบลงอย่างไรกันแน่…

Read More
รีวิว Robin Hood

รีวิว Robin Hood

เรื่องราวสดใหม่ของโรบินฮู้ดที่ไม่เคยถูกเล่าที่ไหนมาก่อน
ซึ่งเรื่องราวมันก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรบินฮู้ดที่ไปร่วมรบในสงครามครูเสดเป็นเวลาหลายปี
แล้วก็กลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ตัวเองแล้วก็ประเทศชาติ จากเจ้าเมืองน็อตติ้งแฮม
การเดินเรื่องนั้นเป็นเส้นตรงมาก แล้วก็ง่ายสุดๆไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลย ความขัดแย้งของแต่ละตัวละครดูเปราะบาง
ตัวละครแต่ละตัวดูไม่มีมิติ ทำอะไรไม่สมเหตุผลสิ่งที่ชอบมากที่สุดในเรื่องนี้คือการแสดงของ Ben Mendelsohn
ที่รับบทบาทเป็นเจ้าเมืองแห่งน็อตติ้งแฮม น่าประทับใจมากๆเกิดมาเพื่อเล่นบทร้ายจริงๆ
ส่วนทางด้านการแสดงของนักแสดงอื่นๆยังอยู่ในระดับที่ดี อยู่ในระดับมาตรฐาน และฉากเมืองน็อตติ้งแฮม
ในยุคอุตสาหกรรมก็งามตระการตามาก และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ ฉากแอ็คชั่นบู๊สู้ด้วยธนูของ Taron Egerton
ในบทของโรบินฮู้ด ที่เราดูแล้วมันทำให้เราเชื่อ แล้วก็รับรู้ได้ เพราะเขาได้ฝึกฝนยิงธนูด้วยตัวเองจริงๆและเรื่องแอ๊คชั่น
ต้องยกให้ของการเผชิญหน้ากันระหว่างเหล่าทหารและกลุ่มกบฏ ซึ่งมันเปิดได้เท่ ยิ่งใหญ่จริงๆเรื่องบู๊นี่ต้องยกนิ้วให้เลย
แต่ว่าจะต้องบอกเลยว่าใครถูกใจฉากสวยๆต่อสู้มันส์ๆล่ะก็ห้ามพลาดเลยนะ เพราะฉากหนังเขาทำได้ดีจริงๆ
เรื่องราวก็ไม่ซับซ้อนอะไรเลย ทำให้คุณนั้นได้เปิดประสบการณ์สุดมัน รับประกันว่าดีแน่นอน ไม่น่าเบื่อมากหรอก
สำหรับใครชอบสบายๆไม่ต้องตามลุ้นให้เหนื่อยก็เรื่องนี้ล่ะเหมาะสุด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่างตีตั๋วไปดูได้เลย
อย่ารอช้านะเดี๋ยวไม่ทันการณ์จริงๆ
อ๋อ…แต่ว่าขอบอกว่าบางฉากที่เราเห็นจากในคลิปโปรโมทหรือคลิปตัวอย่างก็อาจจะไม่มีปรากฏในหนังนะ นั่นพูดแล้วก็ยิ่งน่าไปดูใหญ่เลย…

Read More
รีวิว Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน

รีวิว Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน

เรียกได้ว่ากระแสจากเมืองนอกที่ได้ดูก่อนบ้านนั้นออกมาดีเลยทีเดียว สำหรับ Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน ผลงานการกำกับภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของ คาร์ลอส โลเปซ เอสตราดา (Carlos López Estrada) ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีแววว่าจะไปได้ไกล ร่วมด้วยสองนักแสดงที่เป็นเพื่อนซี๊กันทั้งในและนอกจอ ดาวีด ดิกส์ (Daveed Diggs) และ ราฟาเอล คาซาล (Rafael Casal) นอกจากจะแสดงนำแล้ว พวกเขายังร่วมมือกันเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาอีกด้วย

Blindspotting ที่นี่…ประเทศไหน ว่าด้วยเรื่องราวของ คอลลิน ชายหนุ่มที่ต้องผ่านช่วงทัณฑ์บนสามวันสุดท้ายให้ได้ก่อนที่จะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาและเพื่อนซี้จอมแสบอย่าง ไมลส์ ทำงานเป็นพนักงานรับจ้างเคลื่อนย้ายที่ได้แต่เฝ้ามองย่านที่พวกเขาโตมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องรักษามิตรภาพของกันและกันเอาไว้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ทำให้ทั้งคู่เห็นความแตกต่างของกันและกันมากขึ้น

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า Blindspotting จะค่อนข้างอยู่นอกกระแสและบ้านเราอาจจะไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจมากนัก แต่เชื่อเหลือเกินว่าใครที่มองข้ามจนไม่ได้ตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าพลาดมาก หากได้ดูจากตัวอย่างหลายคนอาจจะคิดว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก แต่ก็ขออย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไป เพราะโดยภาพรวมของหนังนั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของสองนักแสดงนำอย่าง ดาวีด ดิกส์ (Daveed Diggs) และ ราฟาเอล คาซาล (Rafael Casal) ที่ถ่ายทอดบทบาทของตัวละครออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เราเชื่อว่าเขาเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ

เหนือสิ่งอื่นใดความดีงามของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่การแสดงของสองคู่หูเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อให้เห็นก็คือความเป็นอื่นที่เกิดกับมนุษย์ในสังคม ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวเสียดสีสังคมผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยการแบ่งแยกสีผิว และสิ่งที่สื่อให้เห็นว่าเรื่องราวอันผิดปกติเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว นั่นก็คือการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติกับคนเหล่านี้ด้วยความไม่เป็นธรรม ลึกไปกว่านั้นคือผู้ถูกกระทำเองก็ยิ่งกดตัวเองให้ต่ำลงไปอีก เสมือนว่าความคิดและสิ่งคนทั้งหลายปฏิบัติต่อเขานั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจขัดขืนได้ นี่จึงเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่เสียดสีสังคม โดยเฉพาะอเมริกาได้อย่างเจ็บแสบ

เชื่อว่าอาจจะมีหลายคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วไม่ได้อินหรือรู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ หรืออาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ได้เกิดขึ้นกับสังคมในบ้านเรา แต่หากนำกลับมาคิดทบทวนดีๆ แล้วก็จะพบว่าเรื่องราวที่อยู่ในสังคมอเมริกันนั้นก็แทบไม่ได้มีความแตกต่างไปจากบ้านเรานัก เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ได้รุนแรงเท่าบ้านเขา และหากกลับมาคิดดูดีๆ อีกรอบก็จะพบว่าเรื่องราวความแตกแยกที่มาจากความแตกต่างระหว่างชนชั้นหรือสีผิวนั้นก็เป็นสิ่งเกิดขึ้นมานานนับตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นเลยก็ว่าได้ หากจะให้ทุกคนมีความเสมอภาคกันไปเสียทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีช่องว่างระหว่างกันน้อยลงเท่านั้นเอง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดหลายคนอาจจะคิดว่านี่มันเป็นภาพยนตร์ที่ออกจะซีเรียสไปมากหรือเปล่า เราอยากดูเรื่องราวที่ให้ความบันเทิงใส่สมองมากกว่าจะหาเรื่องเครียดกว่าเดิมนะ ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะความบันเทิงที่คอหนังจะได้รับนั้นมีอยู่แล้ว โดยเฉพาะลีลาการแร็ปของสองนักแสดงนำบอกได้เลยว่าสุดยอดมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาทั้งสองจะสามารถแร็ปได้อย่างเมามันส์พร้อมๆ ไปกับการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครในขณะนั้นออกมาได้อย่างกินใจ เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ได้ชม Blindspotting ต้องได้อะไรไปมากกว่าความสนุกแน่นอน…

Read More
จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 2

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 2

ก่อนหน้านี้เราได้พาไปชม 3 อนิเมะยอดฮิตมาแล้ว
ครั้งนี้เราจะขอพาไปดูอีกสามเรื่องที่เราอยากจะมาแนะนำให้คอการ์ตูนอนิเมะอย่างคุณให้ได้รู้ถึงความส
นุก และให้ได้รู้ว่าต้องไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไปติดตามกันเลย
เฟต อโพไครฟา
นี่คือสุดยอดอนิเมะที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆแห่งโลกอนิเมะเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียวจริง
ๆแล้วอนิเมะเรื่องนี้ถูกทำแยกออกมาหลายภาค ซึ่งหากพูดถึงภาคแรกก็ต้องย้อนไปกว่า 10
ปีที่แล้วที่ถูกนำเอามาเข้าฉายเป็นครั้งแรก
ซึ่งเวลานั้นไทยยังไม่มีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องแบบมีลิขสิทธิ์ทำให้คนที่อยากจะดูก็ต้องไปหาดูตามเว็บ
ไซต์เท่านั้นที่มีบทซับไทยก่อนที่จะได้รับความนิยมจน โรส
อนิเมชั่นได้ตัดสินใจซื้อสิทธิ์เข้ามาผลิตอย่างถูกต้องในเวลาต่อมา สำหรับ เฟต อโพไครฟา
ภาคนี้ถือเป็นอีกภาพทีประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกับเรื่องราวมหากาฬสงครามศักดิ์สิทธิ์
โดยภาคนี้ว่าด้วยจักรวาลคู่ขนานที่มีสองขั้วมหาอำนาจต่อสู้กันเพื่อขึ้นเป็นเจ้าแห่งศาสตร์เวทต์
และในระหว่างสงครามนี้เองจึงได้เกินวีรชน
และมหานักรบขึ้นมาเป็นจำนวนมากรวมถึงเรื่องราวของความรักด้วยเช่นเดียวกัน
โฮเซกิโน คุนิ
ต้องบอกว่าเป็นอนิเมะที่มีลายเส้นไม่เหมือนใครค่อนข้างออกไปในแนวมีความอาร์ทสูงเยอะเลยทีเดียว
แต่เนื้อเรื่องก็น่าสนใจไม่น้อย
สำหรับอนิเมะเรื่องนี้เฃว่าด้วยเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคนอันไกลแสนไกลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิ
ตที่เป็นอมตะไม่มีวันตาย และไม่มีเพศที่เรียกว่าอัญมณีบรรจุโลก
โดยเจ้าสิ่งนี้จะต้องลุกขั้นต่อสู้กับดวงจันทร์เพื่อช่วยในการเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับ
ซึ่งอัญมณีต่างๆก็จะมีพลัง และสายอาชีพที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน
แต่ก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน
ยูโก เซนกิ
สำหรบอนิเมะเรื่องสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนไกันในตอนนี้เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยสงครามในปี 1923
ที่รัฐทำสงครามอันดุเดือดกับฝ่ายจักรวรรดิ ซึ่งจักรวรรดินั้นได้ถูกกลุ่มรัฐต่างๆร่วมกันต่อสู้อย่างห้าวหาญ
ซึ่งวันหนึ่งได้มีเด็กหญิงคนหนึ่งมีดวงตาสีฟ้าลอยอยู่เหนือท้องฟ้าพาคนที่ตายไปแล้วไปสู่สวรรค์
แต่แท้จริงแล้วเธอไม่ใช่ทูตสวรรค์แต่อย่างใด หากเพียงแต่เป็นคนนำทางเท่านั้น
ทว่าก็มีพลังที่จะสามารถยับยั้งสงครามอันยืดเยื้อครั้งนี้ไว้ได้
แต่ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างอยากได้ชัยชนะมาเป็นของตัวเองจึงทำให้มี
ความวุ่นวายเกิดขึ้นตลอดเวลา…

Read More
3 การ์ตูนที่ควรทำเป็นหนัง

3 การ์ตูนที่ควรทำเป็นหนัง

1. Kingdom
Kingdom เป็นมังงะอิงประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อ (หรือยุคเลียดก๊ก หรือยุครณรัฐ)
ซึ่งเป็นยุคที่ก่อให้เกิดวีรบุรุษระดับตำนานอย่าง จิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นเอง โดยมังงะเล่าผ่านเด็กหนุ่มนาม ซิ่น
ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาที่หวังจะเป็นแม่ทัพคนสำคัญของยุคสมัยให้ได้
และการเดินทางของซิ่นผ่านช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ผ่านพบแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงมากมาย
ด้วยช่องว่างทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ อาจารย์ ยาสุฮิสะ ฮาระ ผู้เขียนได้ใส่เรื่องราวสุดเข้มข้น
และกลยุทธการต่อสู้ห้ำหั่นที่เหนือชั้น ทั้งยังเปี่ยมด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งความฝัน ดราม่า การเมือง ความสัตย์ซื่อ
ความกล้า นี่คือมังงะที่สร้างพลังให้คนหนุ่มได้แบบสุดยอดเลยครับ

2. Berserk
ไม่มีใครอ่านการ์ตูนแล้วจะไม่เคยได้ยินชื่อ Berserk แน่
ๆด้วยจินตภาพของสงครามยุคกลางหรือยุคมืดที่เต็มไปด้วยความโสมมและดิบเถื่อน
ตลอดความเชื่อการล้างบางพวกนอกรีตของคริสตจักร รวมถึงแฟนตาซีอย่างเอลฟ์ ภูตพราย
เหล่าผีห่าซาตานที่ปรากฏรูปมาฆ่าฟันมนุษย์ นี่จึงเป็นความมันสุด ๆ
ในการติดตามการผจญภัยเพื่อล้างแค้นของพระเอกคลั่งอย่างนักรบดำนาม กั๊ซ ที่ทั้งดิบทั้งโหด และสะใจสุด ๆ ครับ
นอกจากนี้ยังมีการรบที่แสนจะสนุกสนาน แม้จะมีการใช้ปีศาจเวทย์มนต์บ้างแต่ก็ยืนพื้นในความเป็นมนุษย์กันมากๆ
3. Sanctuary
ถ้าว่ากันถึงแนวแก๊งสเตอร์ที่เข้มข้นทั้งบทบู๊ บทดราม่า ต้องยกให้มังงะยากูซ่า-การเมืองระดับตำนานเรื่องนี้เลยครับ
Sanctuary ผลงานการแต่งเรื่องโดยนักเขียนเรื่องราวยากูซ่าที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกมังงะอย่าง บุรอนซอน
ผู้แต่งเรื่อง เคนชิโร่ ฤทธิ์หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ และลายเส้นเข้ม ๆ จากอาจารย์ อิเคงามิ เรียวอิจิ
ว่าด้วยเรื่องของเพื่อนรักสองคนที่กลับมาญี่ปุ่นด้วยความหวังในการสร้างอนาคตของประเทศที่ดีขึ้น
โดยคนหนึ่งมุ่งไปเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกยากูซ่า และอีกคนแสวงหาหนทางสู่จุดสูงสุดของโลกการเมือง
ฟังแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ…

Read More
Little Boy (2016) มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก

Little Boy (2016) มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก

Little Boy
ชื่อไทย : มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก
ประเภท : Comedy, Drama, HD, Master, Zoom
ผู้กำกับ : อเลฮานโดร มอนเทเวอร์ดี้
นักแสดง : แครี่-ฮิโรยูกิ ทากาวะ, เควิน เจมส์, เอมิลี่ วัตสัน, ไมเคิล ราพาพอร์ต,เจคอบ ซัลวาที
วันที่เข้าฉาย : 18 กุมภาพันธ์ 2559
ภาพยนตร์ดราม่า อารมณ์ขันปนขมขื่น ว่าด้วยเรื่องราวในยุคสงครามโลก Little Boy มหัศจรรย์
พลังฝันบันลือโลก ไม่ใช่หนังแอคชั่น หรือหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อ
แต่เป็นภาพยนต์ที่แสดงถึงความรักความหวัง
Little Boy เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยนาม Pepper Flynt Busbee
เด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งปรารถนาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้พ่อกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2
ถึงแม้ว่าข่าวลือต่างๆจะน่ากลัวขนาดไหนแต่ เพพเพอร์ ฟลินท์ บัสบี (เจคอบ ซัลวาที)
ก็ยังเชื่อมันไม่เปลี่ยนแปลง
เรื่องย่อ
เพพเพอร์ ฟลินท์ บัสบี (เจคอบ ซัลวาที) เกิดมาตัวเล็กมาก ๆ
จนใครต่อใครในเมืองก็บอกว่าเด็กน้อยเกิดมาเป็นคนแคระ เมื่อเขาอายุได้ 7 ขวบ
สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น พ่อของเพพเพอร์ถูกเกณฑ์ไปรบในสมรภูมิ ทำให้ เพพเพอร์
กระวนกระวายใจว่าคนที่เขารักมากที่สุดในโลกจะหายสาบสูญไปตลอดกาล
วันหนึ่งเพพเพอร์ได้บังเอิญไปเห็นข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
ว่าถ้ามีความเชื่อก็สามารถทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ ให้สามารภทำได้ เพพเพอร์จึงบอกตัวเองว่า
จะต้องเชื่อว่าพ่อจะต้องกลับมา ในซักวัน!…

Read More
ประวัติพระเอกตลอดกาล ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

ประวัติพระเอกตลอดกาล ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของคอหนังเป็นอย่างมากเพราะว่าเขาเป็นพระเอกในใจของใคร หลายๆคน
การเเสดงของเขาต้องบอกว่าเป็นที่ถูกใจของคอหนังทั่วโลก
เรามาดูประวัติของเขาว่ามีความเป็นมาที่น่าสนใจยังไงบ้าง ค.ศ. 1990
หลังจากที่เขาเข้าเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ Mickey’s Safety Clubเเล้ว
ก็มีโอกาสให้เขาได้เล่นละครทีวีซีรีส์ ในบท จอช กับเรื่อง
Critters 3 ในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งเขาได้บทประจำซิตคอมเรื่อง Growing
Pains เเละเป็นบทแจ้งเกิดในภาพยนตร์ของเขาคือโทเบียส วุล์ฟ
ในภาพยนตร์ดัดแปลงอัตชีวประวัติของวุล์ฟเรื่อง This Boy’s Life
แสดงร่วมกับ โรเบิร์ต เดอ นีโร และเอลเลน บาร์กกิน
เเละจากนั้น ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้แสดงร่วมกับ จอห์นนี เดปป์ในปี
2536 เรื่อง What’s Eating Gilbert Grape
ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำเป็นครั้งแรกจากผลงานในบทชายหนุ่มพิการทางปัญญา เเละได้รางวัลมากมายทั้ง
National Board of Review Award ด้าน Best Supporting Actor
และรางวัล Los Angeles Film Critics Association’s New Generation Award
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ในปี 2538 ได้รับบทในหนังตะวันตกเรื่อง The
Quick and the Dead แสดงกับ ชารอน สโตน และ จีน แฮกแมน
กำกับโดยแซม ไรมีและรับบทเป็น จิม คาร์โรล คนติดยาเเละในภาพยนตร์เรื่อง The Basketball Diaries
และยังได้รับบทเป็นอาร์เธอร์
ริมโบด์นักกวีที่มีปัญหาทางเพศในหนังของแอกนีซกา ฮอลแลนด์ เรื่อง Total Eclipse
ถัดมา ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้แสดงภาพยนตร์ เรื่อง William
Shakespeare’s Romeo + Juliet ของแบซ เลอร์แมนน์
ทำให้เขาได้รับรางวัล Best Actor Award ที่ Berlin International Film Festival
ผลงานของเขาก็มีอย่างต่อเนื่อง ปี 2540 ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง ไททานิก
ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ
สำหรับภาพยนตร์เรื่องไททานิกได้รับรางวัลออสการ์ 11 รางวัล
รวมทั้ง Best Picture และยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้อันดับ 2 ของโลกรองจากเรื่อง อวตารอีกด้วย
เเละในภาพยนตร์เรื่อง เรื่อง Catch Me If You Can ในปี 2545
กำกับการแสดงโดย สตีเวน สปิลเบิร์ก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำเป็นครั้งที่ 3 อีกด้วย
สำหรับบทบาท แฟรงค์ อบาเนล และต่อมาในปีเดียวกัน
เขาได้แสดงในภาพยนตร์ดรามาเรื่อง Gangs of New York
เป็นการร่วมงานครั้งแรกของเขากับมาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับการแสด
ถือเป็นนักเเสดงที่มากความสามารถอย่างมากสำหรับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
เเละนี้คือชีวิตในการเล่นหนังส่วนหนึ่งของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ที่เป็นนักเเสดงที่มีเเฟนคลับได้ติดตามผลงานของเขาอย่างมาก
กับบทบาทที่เขาได้รับทำให้เเฟนหนังได้ติดตามเเละรักเขาอย่างมากในทุกเรื่องที่เล่น…

Read More
3 ภาพยนตร์แอนมิเมชั่นคุณภาพ

3 ภาพยนตร์แอนมิเมชั่นคุณภาพ

เริ่มจาก Inside Out หรือ มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง ที่เริ่มฉายในปี 2015
การเติบโตอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ "ไรลีย์"
เด็กสาวที่เติบโตมาจากการใช้ชีวิตในแบบตะวันตกกลาง ที่ต้องย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในเมืองซานฟรานซิสโก
เช่นเดียวกับเราทุกคน ไรลีย์ถูกควบคุมด้วยอารมณ์ต่างๆของเธอ ไม่ว่าจะเป็น ความสุข , ความกลัว , ความโกรธ ,
ความรังเกียจ หรือความเศร้า อารมณ์ทั้งหมดอาศัยอยู่ในศูนย์บัญชาการควบคุมภายในจิตใจของไรลีย์
ที่ซึ่งพวกเขาจะคอยช่วยเธอในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
After young Riley is uprooted from her Midwest life and moved to San Francisco, her emotions – Joy,
Fear, Anger, Disgust and Sadness – conflict on how best to navigate a new city, house, and school.
เมื่อไรลีย์และเหล่าอารมณ์ของเธอต้องปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในซานฟรานซิสโก
ความโกลาหลและความขัดแย้งทางอารมณ์จึงเกิดขึ้น ต่อการที่จะเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหม่ บ้านใหม่
โรงเรียนใหม่ และเพื่อนกลุ่มใหม่ให้ดีที่สุดได้อย่างไร
ต่อมาเป็น Song of the Sea หรือ เสียงเพลงแห่งท้องทะเล ที่เริ่มฉายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือปี 2014
โดยในเรื่องนี้ระบุว่า เบน ต้องจำใจดูแลเซียร์ช่า น้องสาวคนใหม่ หลังจากที่แม่ของเขาได้จากไป
วันหนึ่งเซียร์ช่าค้นพบเปลือกหอยที่แม่ทิ้งไว้ ซึ่งแฝงปริศนาบางอย่างเกี่ยวกับแม่ของเธอ
และเสื้อโค้ทที่ใส่แล้วสามารถแปลงกายเป็นเซลกี้ สัตว์ในตำนานพื้นบ้านที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งแมวน้ำ
จนกระทั่งสองพี่น้องต้องไปอยู่กับคุณย่าในเมือง
การผจญภัยของสองพี่น้องเพื่อหาทางกลับถิ่นฐานและค้นหาอัตลักษณ์เกี่ยวกับตำนานเซลกี้จึงเริ่มต้นขึ้น
Ben, a young Irish boy, and his little sister Saoirse, a girl who can turn into a seal, go on an adventure to
free the faeries and save the spirit world.
เสมือนเป็นงานจิบลิฝั่งตะวันตกไปซะแล้ว ด้วยลวดลายงานสร้างสรรค์โดยน้ำมือของ Tomm Moore
ดัดแปลงจากตำนานพื้นบ้านอันเก่าแก่ของชาวไอริช ผสมผสานประเด็นครอบครัวพี่น้อง
และการออกแบบคาแร็คเตอร์ได้น่ารักน่าเอ็นดู หนังเผยสายสัมพันธ์ตัวละครที่ละเอียดอ่อนได้อย่างชัดเจน
จากการสูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าในชีวิต และการพยายามดิ้นรนต่อสู้ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
ผ่านบทเพลงที่เปรียบเสมือนเล่าความรู้สึกของตนทั้งหมดที่มีออกมาให้โลกได้ยิน
ทั้งลายเส้นและตัวหนังจึงเต็มไปด้วยความประณีตที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่มอบความรู้สึกอบอุ่นหัวใจขั้นสุดได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ปิดท้ายกันที่ The Wind Rises หรือ ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก หนึ่งในการ์ตูนระดับตำนานแห่งญี่ปุ่น ที่ถูกฉายเมื่อปี 2013

ผลงานอนิเมชั่นเรื่องสุดท้ายก่อนวางมือของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ตำนานผู้ก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ
เขาได้พูดถึงสาเหตุที่เลือก The Wind Rises เป็นผลงานสั่งลาว่า
"ผมอยากเล่าเรื่องที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณชาวญี่ปุ่น เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจ แต่มันก็คือประวัติศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเรา
ผมอยากให้เรายืดหน้ายอมรับกับสิ่งที่พวกเราสร้างขึ้น มันคือแรงกระตุ้นที่ทำให้เรามาไกลจนถึงทุกวันนี้
นี่แหละคือเหตุผลที่ผมต้องการทำแอนิเมชั่นเรื่องนี้"
เรื่องราวของความฝันและชีวิตการต่อสู้ของ จิโร โฮริโกชิ ผู้ออกแบบเครื่องบินรบ Zero Fighter
ที่ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเรื่องราวจะบอกเล่าชีวิตของ จิโร
ตั้งแต่แรงบันดาลใจในวัยเด็กที่ทำให้เขาหันมาสนใจเครื่องบิน จนถึงวัยหนุ่มที่เขาได้ออกแบบเครื่องบินให้กับกองทัพ
ในสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีก้าวล้ำ รวมถึงเรื่องราวความรักของเขากับ นาโอโกะ ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกอีกด้วย…

Read More

แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่ผู้ใหญ่ไม่ควรพลาด

เชื่อว่าหลายคนที่ชอบดูการ์ตูนหรือแอนิเมชั่นคงเคยโดนเพื่อน ๆ หรือคนรอบข้างเหน็บแนมกันมาบ้างว่า
“โตป่านนี้แล้วยังดูการ์ตูนอยู่อีกเหรอ” และก็ไม่รู้จะตอบโต้กลับไปยังไง เราจึงขออาสามาช่วยแก้ปัญหานี้
ต่อจากนี้ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนโดนเหน็บแนบแบบนี้อีก ให้ส่งบทความนี้ไปให้อ่านเลย เพราะนี่คือ 10
แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่ผู้ใหญ่ไม่ควรพลาด แล้วจะได้รู้กันว่าแอนิเมชั่นไม่ใช่แค่เรื่องสำหรับเด็กเท่านั้น
จะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกันเลย
1. Spirited Away (2001)
นี่คือแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นเรื่องเดียวที่สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจากเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่า
งออสการ์ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องความยอดเยี่ยมของมันคงไม่ต้องพูดถึง Spirited Away แอนิเมชั่นความยาว 125 นาที
จากสตูดิโอชื่อดังที่ใครหลายคนน่าจะรู้จักอย่าง Studio Ghibli ผลงานการกำกับของ Hayao Miyazaki
“บิดาแห่งแอนิเมชั่นญี่ปุ่น”
Spirited Away เล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัย 10 ขวบซึ่งพลัดหลงเข้าไปในโลกต่างมิติ
ในโลกนั้นมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายทั้งภูต ผี แม่มด เทพเจ้า
และเด็กหนุ่มนามว่าฮาคุซึ่งจะนำเธอไปสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่และจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล
ต้องบอกเลยว่า Spirited Away เป็นแอนิเมชั่นที่แฝงอะไรหลาย ๆ อย่างไว้ลึกซึ้งมาก สะท้อนจิกกัดสังคมได้แยบคาย
และอาจจะต้องดูมากกว่า 1 รอบเพื่อเก็บรายละเอียดทั้งหมด
ด้วยเนื้อหาแบบนี้แอนิเมชั่นเรื่องนี้อาจจะเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเสียด้วยซ้ำ


2. Your Name (2016)
ในระยะหลังมีแอนิเมชั่นญี่ปุ่นเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราเยอะกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด Your Name
อาจจะเป็น 1 ในสาเหตุของกระแสนิยมนี้ เพราะในตอนที่ Your Name
เข้าฉายนั้นมันได้รับความนิยมแบบเกินความคาดหมาย ไม่เคยมีแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นเรื่องไหนเคยทำได้แบบนี้มาก่อน
เป็นปรากฎการณ์ซึ่งเป็นใบเบิกทางให้กับแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นเรื่องหลัง ๆ
Your Name ผลงานของ Makoto Shinkai อีกหนึ่งเจ้าพ่อในวงการแอนิเมชั่นญี่ปุ่น
เล่าเรื่องราวของเด็กมัธยมปลายหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่สามารถสลับร่างกันได้
แต่เมื่อพวกเขากลับคืนร่างเดิมกลับไม่สามารถจำชื่อของอีกฝ่ายได้
จึงเกิดเป็นการผจญภัยเพื่อตามหาว่าเขาหรือเธอคนนั้นเป็นใครกันแน่ต้องบอกว่า Your Name
เป็นแอนิเมชั้นที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี เนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างทำความเข้าใจง่ายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
แต่ก่อนจะดูเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ให้ดีล่ะ เพราะถ้าใครใจไม่แข็งพอรับรองว่าน้ำตาอาบแก้มแน่นอน

Read More
6 อันดับภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ มาเวล สตูดิโอ 1

6 อันดับภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของ มาเวล สตูดิโอ 1

นับตั้งแต่มาเวลแยกตัวออกมาสร้างสตูดิโอเป็นของตัวเองก็ได้ผลิตภาพยนตร์มากมายเข้าสู่ตลาดวงการจ
อเงิน
และเกือบทุกเรื่องได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากสาวกคอมมิคมาเวลที่ชื่นชอบเรื่องราวของซุปเปอร์ฮี
โร่จากค่ายนี้รวมไปถึงแฟนหนังที่เพิ่งเคยเข้ามาสัมผัสมาเวลาจากภาพยนตร์จนมำให้มาเวลกลายเป็นค่า
ยหนังทำเงินยักษ์ใหญ่ที่มักมีแฟนๆรอคอยการมาของหนังเรื่องใหม่จากค่ายนี้ในทุกปี เราจึงขอจัดอันดับ
6 ที่ดีที่สุดของมาเวล สตูดิโอ เท่าที่เคยมีมาจนถึงตอนนี้
ไอรอนแมน 1
นับเป็นการเปิดปฐมบทก่อนเข้าสู่จักรวาลมาเวลอย่างแท้จริงสำหีับภาพยนตร์ไอรอยแมน ภาค 1
คนเกราะเหล็กมหาประลัย
เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของค่ายมาเวลที่ได้ปล่อยหนังเรื่องนี้ออกมาเพื่อปูทางสู่เนื้อเรื่องของซุปเปอร์ฮีโร่ตัวอื่
นๆที่จะตามมาในอนาคตรวมไปถึงนังฟอร์มยักษ์อย่างอเวนเจอร์ทั้งสามภาค
โดยไอรอนแมนภาคแรกยังถือเป็นหนังที่ทำให้ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์
ถูกยกให้เป็นไอรอนแมนทั้งในหนัง และชีวิตจริงหลังเขาสวมบทบาทได้สมจริง
และบุคลิกยังคล้ายตัวตนที่แท้จริงของเขาแบบสุดๆ
ซึ่งหนังเรื่องนี้เองประสบความสำเร็จเกินคาดเมื่อมันกลายเป็นหนังที่ดีที่สุดในปีที่ออกฉาย
และมีแฟนๆหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชคุ้มค่าแก่การรอคอยนั่นเอง
ไอรอนแมน 3
หลังประสบความสำเร็จจากภาคแรกทางสตูดิโอผู้สร้างยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จด้วยการปล่อยไอ
รอนแมนสองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย
ก่อนที่ต่อมาจะปล่อยภาคสามที่แฟนๆรอคอบมาให้ได้ชมกัน
และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวเพราะภาคนี้แฟนๆจะได้เห็นหุ่นของ โทนี่ สตาร์ก
ทุกตัวทุกแบบเพราะในตอนสุดท้ายได้มีฉากใหญ่นำหุ่นไอรอนแมนทุกตัวเข้าสู้กับแมนดารินตัวร้ายฝีมือฉ
กาจที่ โทนี่ ต้องทุ่มสิ่งที่มีทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตคนรักเอาไว้
ก่อนที่ในตอนท้ายเขาจะตัดสินใจระเบิดหุ่นทั้งหมดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
อเวนเจอร์ 1
นับเป็นภาพยนตร์ที่เรียกเสียงฮือฮาให้แฟนๆได้ตลอดตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้ายที่เปิดฉากมาด้วยดาว
ร้ายขวัญใจแฟนหนังอย่างโลกิกับการเดินทางมาเพื่อทำการยึดโลก ก่อนที่กัปตันอเมริกา และไอรอนแมน
จะช่วยกันหยุดยั้งไว้ และจับตัวกลับฐานก่อนที่ต่อมาจะเกิดสงครามใหญ่ขึ้น
ซึ่งจุดนี้เองทำเอาแฟนๆนั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะไม่ใ่แค่ได้ชมฉากบู๊มันส์ๆเท่านั้น
แต่ยังได้เห็นซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆต่างทยอยปรากฏตัว และร่วมต่อสู่กันแบบสุดมันส์นั่นเอง…

Read More