Home Archive By Category "หนังมาใหม่" (Page 2)
3 อนิเมะชื่อดังแห่งญี่ปุ่น

3 อนิเมะชื่อดังแห่งญี่ปุ่น

Momotaro Sacred Sailors
นับเป็นอนิเมะยาวเรื่องแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านั้น อนิเมะส่วนใหญ่ถูก
สร้างขึ้นมักจะมีรูปแบบเป็นอนิเมะสั้นๆ ไม่กี่นาที ซึ่งนั่นก็เป็นรูปแบบที่ยึดถือปฏิบัติมาตลอดในการสร้างอนิเมะ แต่
Momotaro: Sacred Sailors ผลงานของ Mitsuyo Seo ออกฉายครั้งแรกในปี 1944
ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะญี่ปุ่นในฐานะที่เป็น อนิเมะยาวเรื่องแรกของญี่ปุ่น เนื้อเรื่องของอนิเมะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนายทหารเรือชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่
คนนึงที่ต้องทำสงครามเพื่อชัยชนะของจักรวรรดิญี่ปุ่น แน่นอนว่าการเนื่อเรื่องแบบนี้ ออกมาในช่วงปี 40s นี้
เหตุผลที่ทำให้มีการสร้างอนิเมะเรื่องนี้ก็คือเพื่อเป็น โฆษณาชวนเชื่อ ให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่าจะเพราะการมีตัวตนขออนิเมะเรื่องนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างอนิเมะตอนยาวเรื่องอื่นๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Kimba the White Lion
นับเป็นอนิเมะซีรีย์ภาพสีแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดย Kimba the White Lion อนิเมะ
ในตำนานจากลายมือผลงานของปรมาจารย์อย่าง อ.เท็ตสึกะ โอซามุ ออกฉายในปี 1965 ทางช่องฟุจิทีวี
โดยเรื่องนี้นอกจากจะโด่งดังไปหลายๆ ประเทศแล้ว ยังรังสรรค์มาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะซีรีย์ญี่ปุ่นอีกอย่าง
ก่อนหน้านี้ อนิเมะที่ได้ทำเป็นภาพสีนั้น ส่วนมากจะเป็นอนิเมะที่เป็นตอนยาว หรือภาพยนต์อนิเมะ แต่ Kimba the
White Lion เรื่องนี้ เป็นอนิเมะ เรื่องแรกของญี่ปุ่นที่หันมาใช้ “ภาพสี” แทนภาพขาว-ดำ
และเนื่องด้วยการเปลี่ยนมาใช้ภาพสี เนื่องจากภาพสีนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีกว่าภาพขาว-ดำ ส่งผลให้ Kimba
the White Lion กลายเป็นอนิเมที่มีชื่อเสียงมากๆในญี่ปุ่นและกลายเป็นต้นแบบในการใช้ภาพสีของอนิเมในภายหลัง

Doraemon
ปิดท้ายกันที่ อนิเมะที่สร้างชื่อกระฉ่อนให้ญี่ปุ่นไปทั่วโลก แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอนิเมะเรื่อง โดราเอม่อน
เรื่องนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักดูอนิเมรุ่นไหนๆก็ต้องรู้จักกับเจ้าแมวสีฟ้าที่มีของวิเศษจำนวนมาก
กับเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหนแต่กลับมีความพยายามในเรื่องที่ตนสนใจอย่าง โนบิตะ และเพื่อนๆของทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน
โดเรม่อนนั้นออกฉายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1970 และเป็นอนิเมะ เรื่องแรกที่ได้ฉายไปทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
และได้รับเสียงตอบรับและชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลามกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ทำให้วงการอนิเมะญี่ปุ่นนั้นขึ้น
ถึงจุดสูงสุดหรือเรียกได้เลยว่าเป็น “ยุคทองของ” โดราเอมอนนั้นได้ให้อะไรเรามากมาย ทั้งความสนุก ความรัก
และที่สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพ ทั้งหมดนี่ทำให้พวกเราทุกคนยังคงจดจำภาพของเจ้าแมวสีฟ้าไร้หูได้อย่างไม่มีลืมเลือน…

Read More
ไรอัน จอห์นสัน ไล่ลบทวิตตัวเองกว่า 20,000 ข้อความ หลัง เจมส์ กันน์ โดนปลด

ไรอัน จอห์นสัน ไล่ลบทวิตตัวเองกว่า 20,000 ข้อความ หลัง เจมส์ กันน์ โดนปลด

ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับจาก Star Wars: The Last Jedi
ตัดสินใจลบทวิตในแอคเค้าท์ของตัวเองออกเหลือเพียง 1,000 กว่าทวิต หลังจากที่
เจมส์ กันน์ โดนปลดจากโปรเจคต์ เพราะโดนขุดทวิตเก่าๆ
ที่แสดงทัศนคติไม่เหมาะสมออกมาเผยแพร่ โดย ไรอัน ได้ลบข้อความเก่าไปถึง 20,000ข้อความ
หลังจาก เจมส์ กันน์ ผู้กำกับหนังคนดังของ มาร์เวล ที่มีผลงานสุดเจ๋งอย่าง Guardians
of the Galaxy ได้ถูก ดิสนีย์ ไล่ออกแล้ว
เนื่องจากการแสดงคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมบนทวิตเตอร์เมื่อ 10 ปีก่อน
จนทำให้เหล่าคนดังใน Hollywood มากมายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
รวมไปถึงเหล่าทีมผู้สร้างและนักแสดงจาก Guardians ที่สนับสนุนและให้กำลังใจ เจมส์
กันน์ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเรียกร้องจากแฟนหนังให้ทาง Disney กลับมาว่าจ้าง
เจมส์ กันน์ อีกครั้ง ก็มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนใน change.org กว่า 275,000 คน แล้ว
กรณีของเจมส์ กันน์ เป็นเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงกันในวงการเป็นวงกว้าง
จนหลายๆคนต้องย้อนกลับไปดูสิ่งที่ตนเคยคิด หรือเคยโพสต์ลงในพื้นที่สาธารณะ
และบางคนถึงขั้นต้องลบโพสต์เก่าที่มีความเสี่ยงออก เพื่อป้องกันการขุดคุ้ย
ซึ่งรวมไปถึง ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับ Star Wars: The Last Jedi ด้วย
วิดีโอยูทูปจากช่อง John talks Star Wars ได้เปิดเผยข้อมูลสั้นๆหลัง เจมส์ กันน์
โดนไล่ออกว่า ไรอัน ได้ตัดสินใจลบทวิตของตัวเองไปกว่า 20,000 ข้อความ
โดยตอนนี้เหลือเพียงแค่ 1,126 ข้อความเท่านั้น
ทางด้านของ เจมส์ กันน์ ได้ออกแถลงอย่างเป็นทางการหลังจากถูกปลดจากมาร์เวล
โดยแสดงความเสียใจและยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว
“หลายข้อความของผมเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั้น
ในตอนนั้นเป็นความผิดพลาดและเป็นความพยายามที่จะยั่วยุอันล้มเหลว
ผมเสียใจต่อข้อความเหล่านั้นมาหลายปี ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันโง่เง่า ไม่ตลกเอาเสียเลย
แข็งกระด้าง และที่แน่นอนคือ ไม่ยั่วยุเท่าที่ผมหวัง
แต่มันยังไม่ได้สะท้อนถึงการเป็นคนที่ผมเป็นในวันนี้
หรือไม่ได้เป็นมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว”
“ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแค่ไหน ผมเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจทางธุรกิจในวันนี้
แม้หลายปีมานี้ ผมจะได้แสดงความรับผิดชอบต่อการประพฤติตนเมื่อตอนนั้นแล้วก็ตาม
สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในตอนนี้ นอกเหนือจากการแสดงความเสียใจอย่างจริงใจและสุดใจ
ก็คือการเป็นมนุษย์ให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะเป็นได้ นั่นก็คือ การยอมรับ การเข้าใจ
มุ่งมั่นต่อความเท่าเทียม และรอบคอบให้มากขึ้นต่อการแสดงออกทางสาธารณะ
และภาระหน้าที่ต่อวาทกรรมสาธารณะของเรา”
“ถึงทุกท่านที่อยู่ในวงการของผมและเหนือกว่านั้น ผมขออภัยอย่างที่สุดอีกครั้ง
รักทุกคน” กันน์ ได้กล่าวทิ้งท้ายในแถลงการณ์ดังกล่าว
ทางด้านของโปรเจคต์ Guardians of the Galaxy Vol. 3 นั้น กันน์ได้เขียนบท
เสร็จแล้ว และมีแผนจะเปิดกล้องราวฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และคาดว่าหนังจะออกฉายราวปี
2020 ซึ่งอาจต้องรอติดตามความเปลี่ยนกันต่อไป…

Read More
เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU

เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU

ใครที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลคงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักกัปตันซึบาสะ
การ์ตูนฟุตบอลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลชั้นนำ
ซึ่งเป็นเรื่องของโอโซระ ซึบาสะ เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ
และด้วยความนิยมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ก็ได้นำกัปตันซึบาสะ ดัดแปลงเป็นห้องพัก โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1ห้องเท่านั้น
ในห้องพักตกแต่งด้วยภาพวาดที่สื่อถึงฉากสำคัญ 2 ฉากด้วยกันคือ
เมื่อตอนประถมสังกัดอยู่ในทีมนันคัตสึ เอสซี
และตอนที่ซึบาสะเป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น พร้อมกันนี้
ยังมีเสื้อกั๊กของทีมที่กัปตันซึบาสะสังกัดอยู่วางไว้ให้ใส่ในห้องพักด้วย
นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ได้มีการจัดนิทรรศการกัปตันซึบาสะร่วมกับ SOLum
ซึ่งทั้งห้องพักและนิทรรศการจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30กันยายนนี้
ใครชื่นชอบการ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะต้องหาโอกาสไปพักให้ได้
โดยที่สามารถจองห้องพักได้ที่นี่
และด้วยความที่โรงแรมเปิดให้จองเพียงวันละหนึ่งห้อง ถ้าไม่รีบบอกเลยว่าไม่งั้นพลาดแน่นอน
น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “กัปตันซึบาสะ”
การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิตเส้นทางของนักฟุตบอลที่ชื่อโอโซระ
ซึบาสะ ตั้งแต่เด็กจนเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
การ์ตูนที่สร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬาฟุตบอล
เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ ลงในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen
Jump ครั้งแรกในปี 1981 จนถึงปัจจุบัน
กัปตันซึบาสะก็ยังคงได้รับความนิยมและมีแฟนๆติดตามอยู่มากมาย
และแล้ว Tokyo Bay Tokyu ก็ได้สร้างฝันที่เป็นจริงให้กับแฟนๆที่ชื่นชอบกัปตันซึบาสะ
เปิดให้จองห้องพักที่ตกแต่งด้วยเรื่องราวในเรื่องกัปตันซึบาสะแล้ว
โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1 ห้องเท่านั้น ในวันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30กันยายนนี้…

Read More
ประวัติ Vin Diesel

ประวัติ Vin Diesel

วิน ดีเซล (Vin Diesel) หรือมีชื่อเกิดคือ มาร์ก ซินแคลร์ หรือ มาร์ก
ซินแคลร์ วินเซนต์ (Mark Sinclair Vincent) เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ.
1967 เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน นักเขียน ผู้กำกับ และผู้สร้างภาพยนตร์
ในปี 2013 เขาได้แสดงใน Fast & Furious 6 รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Fast
Five (2011) และ Fast & Furious (2009) ด้วย
เขาได้ทำหน้าที่หลายอย่างในโปรเจ็กต์ทั้ง 3 เรื่อง โดยเขาได้กลับมารับบทโดมินิค
ทอร์เร็ตโต้ และได้ทำหน้าที่อำนวยการสร้างภาพยนตร์ทั้ง 3 ภาค ร่วมกับนีล เอช.
มอริทซ์ นอกจากนี้เขายังได้เขียนบทและกำกับภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Los
Bandoleros อีกด้วย หนังสั้นเรื่องนี้ ซึ่งรวมอยู่ในดีวีดี Fast & Furious
บอกเล่าความหลังที่น่าสนใจของตัวละครและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุโจร
กรรมรถบรรทุกน้ำมันที่ดุเดือดในเรื่อง
เขาเคยได้แสดงประกบมิเชลล์ โหยว ในเรื่อง Babylon A.D.
ในเรื่องนี้เขารับบทอดีตทหารผ่านศึกที่ผันตัวไปเป็นทหารรับจ้าง
นอกจากนี้เขายังได้แสดงเรื่อง Find Me Guilty ที่กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง ซิดนีย์
ลูเม็ต เขาได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมจากบทแจ็คกี้ ดินอร์สซิโอ
อันธพาลคนหนึ่งที่เลือกจะสละสิทธิในการมีทนายและการปกป้องตัวเอง
สำหรับบทนี้ดีเซลได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอันธพาลชาวอิตาเลียนวัย 47
ปีด้วยการเพิ่มน้ำหนัก 20 ปอนด์
ดีเซลเคยรับบทนำใน Hannibal the Conqueror
นอกเหนือจากเรื่องนี้ดีเซลยังจะอำนวยการสร้างเรื่อง Hannibal the Barbarian
ซีรีส์อนิเมชันสำหรับเด็กที่สร้างจากเรื่องราวของฮันนิบาล สำหรับบีอีที เน็ตเวิร์ค
ผลงานอื่น ๆ ของดีเซลได้แก่ ภาพยนตร์ทัชสโตนเรื่อง Players Rule
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เขียนบทโดยรอน บาสและเจน สโมลก้า
จะเป็นการแสดงครั้งแรกของดีเซลในบทพระเอกภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี
ดีเซลจะแสดงใน The Wheelman ซึ่งพัฒนาโดยเอ็มทีวี ฟิล์มส์, พาราเมาท์
พิคเจอร์สและวัน เรซ ฟิล์มส์ ไทกอน สตูดิโอส์ของดีเซลและมิดเวย์
เกมส์จะร่วมมือกันจัดจำหน่ายภาพยนตร์และเกมนี้พร้อม ๆ กัน
ดีเซลได้นำแสดงใน The Pacifier ประกบเฟธ ฟอร์ด, แบรด การ์เร็ตต์,
ลอเรน เกรแฮม และบริทนีย์ สโนว์ ภาพยนตร์ปี 2005 เรื่องนี้ ที่กำกับโดยอดัม
แชงค์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในบ็อกซ์ออฟฟิศ
อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ Sci-Fi เรื่อง The Chronicles of Riddick

ดีเซลกลับมารับบทริชาร์ด บี. ริดดิคของเขา
ภาพยนตร์เรื่องอำนวยการสร้างโดยวัน เรซ ฟิล์มส์
เป็นภาคต่อของภาพยนตร์คัลท์ยอดนิยมเรื่อง Pitch Black ก่อนหน้านี้
เขาได้นำแสดงในแอ็กชันทริลเลอร์เรื่อง A Man Apart
ซึ่งเขาอำนวยการสร้างด้วย
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งของเขาคือการนำแสดงในภาพยนตร์ปี
2001 เรื่อง The Fast and the Furious ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลเอ็มทีวี มูฟวี
อวอร์ดสาขาทีมยอดเยี่ยมบนหน้าจอ ร่วมกับพอล วอล์คเกอร์
เพื่อนร่วมแสดงของเขา และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม
เขาได้แสดงในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่อง XXX ซึ่งเขาควบคุมงานสร้างเองด้วย
เขาได้แสดงใน Saving Private Ryan
ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแซ็ก
อวอร์ดในฐานะส่วนหนึ่งของทีมนักแสดง ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ
ของเขาได้แก่ Boiler Room และการพากย์เสียงตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง The
Iron Giant ซึ่งได้รับรางวัลแอนนี อวอร์ดสาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม
เขาได้เขียนบท อำนวยการสร้าง
กำกับและนำแสดงในภาพยนตร์อินดีขนาดสั้นเรื่อง Multi-Facial
ซึ่งสำรวจเรื่องความหลากเชื้อชาติในสังคมปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่องนี้
ติดตามเรื่องราวของดีเซล
ผู้ซึ่งมีแม่เป็นคนผิวขาวและพ่อเป็นชาวแอฟริกัน/อเมริกัน
ในการออดิชันหลายครั้งที่เขาถูกบอกว่าเขา ดำเกินไป หรือขาวเกินไป
สำหรับบทนั้นๆ
หลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคาน์ปี 1995
ผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์กก็ได้สร้างบทพลทหารเอเดรียน
คาปาร์โซในภาพยนตร์เรื่อง Saving Private Ryan ขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ดีเซลได้เขียนบท อำนวยการสร้าง กำกับและนำแสดงในภาพยนตร์เรื่อง
Strays ซึ่งเขาพูดถึงว่าเป็น Saturday Night Fever หลากวัฒนธรรม
ดรามาเรื่องดังกล่าวได้รับเลือกให้เข้าฉายสายประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์ซั
นแดนซ์ปี 1997
อีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของดีเซลคือการสร้าง ไทกอน สตูดิโอส์
บริษัทเกมที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสร้างและอำนวยการผลิตเกม Xbox
ขายดีประจำปี 2004 The Chronicles of Riddick: Escape From Butcher Bay…

Read More
Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

Ressha Sentai Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー)

ประเภท : Tokusatsu (ฮีโร่)
กำกับโดย: Shōjirō Nakazawa,Katsuya Watanabe,Noboru Takemoto,Hiroyuki Katō
จำนวนตอน : 50 ตอน
ออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015
ทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลา 7.30 – 8.00 น.
ภาพยนต์เอาใจเด็กขบวนการ 5 สีชุดใหม่ หรือ Super Sentai “ลำดับที่ 38″ Ressha Sentai
Tokkyuger (烈車戦隊トッキュウジャー) หรือชื่อไทย “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”
สำหรับประเทศไทย ลิขสิทธิ์โดย โรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอร์ปอเรชั่นออกอากาศทางช่อง 3 แฟมิลี่
ทุกวันศุกร์ เวลา 6.00 – 6.30 น. และ 18.00 – 18.30 น. เริ่มวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2015 และออกอากาศทางช่อง
Gang Cartoon ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น.และทุกวันศุกร์ เวลา 16.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2015
นับตั้งแต่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นก็ถูกใจเด็กๆมากเลยทีเดียว
อีกทั้งมีการผลิตโมเดลของเล่นเพื่อเรียกยอดขายอีกด้วย
ถึงแม้ว่าภาพยนต์เรื่องนี้จะถูกวิจารณ์ยับในหมู่วัยผู้ใหญ่
แต่เมื่อได้ออกอากาศแล้วเหล่าแฟนๆทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็ติดตามจนจบบริบูรณ์
อาจเป็นเพราะเอฟเฟ็กที่ทำมาให้น่าดูกำกับสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์โดย บุสึดะ ฮิโรชิ (Gaim x Wizard Movie)
กำกับฉากแอ็คชั่นโดย ฟุคุซาว่า ฮิโรฟุมิ (Kyoryuger vs Go-Busters)
สำหรับชื่อตัวละครก็มีดังนี้ #1เรดเรชชาร์ / #2 บลูเรชชาร์ / #3เยลโล่เรชชาร์ /#4กรีนเรชชาร์ และ #5พิงค์เรชชาร์ สำหรับแก๊ง “ขบวนการรถด่วน ทคคิวเจอร์”…

Read More
3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

3 ซีรีย์เกาหลีตลอดกาล

1. Descendants of the Sun
ต้องบอกว่าเป็นซีรีส์ที่กำลังฮิตติดลมบนสุดๆ ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระแส หรือเรตติ้ง ที่ทำได้ดีแบบถล่มทลาย
แถมยังฮิตไปไกลถึงประเทศต่างๆ เรียกได้ว่ากระแสกัปตันฟีเวอร์มากๆ
โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกของนายทหารหนุ่มกัปตันยูชีจิน (ซงจุงกิ)
เขาคือผู้บังคับบัญชาการของหน่วยกองบัญชาการสงครามพิเศษ กับแพทย์สาวคังโมฮยอน (ซงเฮเคียว)
เธอเป็นแพทย์อาสาสมัครในทีมแพทย์ไร้พรมแดน
หลังจากทั้งคู่ได้เจอกันอีกครั้งในการทำงานร่วมกันอยู่ในเมืองหลวงต่างประเทศ ซึ่งอันตราย และห่างไกลจากบ้านเกิด
ทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรัก แต่ด้วยอุปสรรคมากมายที่ทั้งคู่ต้องผ่านไปให้ได้
กลายเป็นซีรีส์สนุกๆ ฉากสวยน่าประทับใจ พระ-นางเคมีเข้ากันสุดๆ แถมเนื้อหายังกินใจด้วยความรักชาติ
รักในหน้าที่ ในอาชีพของแต่ละตัวละคร ส่วนฉากโรแมนติกนี่บอกเลยว่าฟินมากๆ
ฉากเด็ดที่เราประทับใจในเรื่องนี้ต้องขอยกให้ฉาก ก่อนกลับประเทศเกาหลีของกัปตันยูชีจิน
คำบอกลาของพระเอกไม่ธรรมดา พระเอกตัดสินใจถามนางเอกตรงๆ ว่า เรื่องจูบจะให้ขอโทษ หรือให้สารภาพรัก
เหมือนเป็นคำบอกรัก ที่ไม่ผูกมัดให้นางเอกเป็นคนที่เลือกสถานะ ทั้งมีความสุข ทั้งเศร้า ทั้งบีบคั้น ในประโยคเดียว
นอกจากฉากนี้ ยังมีฉากฟินๆ เยอะแยะมากมายเลย ด้วยคาแรคเตอร์กวนๆ ของพระเอกทำให้แต่ละคำพูด
ดูน่ารักไปหมด แต่คิดถึงก็ยิ้มตามแล้ว
2. Cheese in the Trap
ซีรีส์จากช่องเคเบิล ที่กระแสดีจนเทียบเท่าช่องหลักของประเทศเกาหลี เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงมาจาก Webtoon
ชื่อเดียวกัน เรื่องราวของชีวิตนักศึกษาหนุ่มยูจอง ที่เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะฐานะ การศึกษา หรือหน้าตา
แต่ในทางกลับกันเขาดูเป็นคนลึกลับ ซ่อนความโหดร้ายไว้ภายใต้ความฉลาด และไหวพริบ กับนักศึกษารุ่นน้อง
ฮงซอลที่มีชีวิตแทบจะตรงกันข้ามทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเรียน ที่ฮง ซอล ขยันและตั้งใจ จนเป็นหนึ่งในนักเรียน
เรียนดีเหมือนยูจอง มีเหตุการณ์ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกัน มีเรื่องมากมายที่ ฮง ซอลไม่เข้าใจยูจอง แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆ เปิดใจ
และปรับความเข้าใจเข้าหากัน บทของยูจองเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าถึงร้ายก็รักนะ
3. Another Oh Hae Young
ซีรีส์ที่กำลังออนแอร์ และกระแสแรงสุดๆ ในเกาหลีตอนนี้ต้องยกให้เรื่องนี้เลย เรื่องราวของพัคโดยอง
ผู้กำกับเสียงชื่อดังที่มีความสามารถพิเศษมองเห็นอนาคต ต้องมาพัวพันกับ โอเฮยอง
เมื่อเขาทำลายงานแต่งงานของเธอเพราะเข้าใจผิดว่าคือแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปเหตุการณ์บานปลายมากขึ้นเมื่อย้ายเข้ามาอยู่
ข้างบ้าน เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หลากหลายรสชาติมากจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา
หรือตลกไปกับบุคลิคของตัวละคร…

Read More
จากอดีตถึงปัจจุบัน!5หนังทำงานมากสุดในโลก

จากอดีตถึงปัจจุบัน!5หนังทำงานมากสุดในโลก

5.Spider-Man: Homecoming (Sony, Walt Disney)

หนังเรื่องที่ 16 ในจักรวาล MCUเป็นหนังร่วมสร้างของโซนี่กับวอลท์ดิสนีย์
โดยสไปดี้เวอร์ชั่นนี้คือการรีบูทให้มาร่วมจักรวาล MCU นั่นเองไม่ใช่ภาคต่อ
ถือว่าเป็นการเล่าจุดกำเนิดสไปดี้อีกมุมนึงที่มีทั้งดราม่าและความฮา
เด็กมัธยมปลายได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่มันก็จะออกมาขาดเกินๆแบบนี้ละ

โดยมีทุนสร้าง 175 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 880 ล้านดอลลาร์ ($880,166,924)

4. Despicable Me 3 (Universal Pictures)

เป็นหนังอนิเมชั่นที่ภาคก่อนๆตัวประกอบหรือเหล่ามินเนี่ยนขโมยซีนกระจาย ดังขนาดมีหนังเดี่ยวของตัวเอง
ขายสินค้าขายลิขสิทธิ์มินเนี่ยนได้อีกมหาศาล ต่อยอดจากหนังทำรายได้มากกว่าหนังไปแล้ว 555+
แต่หนังดั้งเดิมอย่างเรื่องนี้ก็ยังคงแรงสุดๆเช่นกัน แรงขนาดติดอันดับ 4 นะเอ้อ และพันล้านดอลลาร์ครับ

ทุนสร้าง 80 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,033 ล้านดอลลาร์ ($1,033,508,147)

3. The Fate of the Furious (Universal Pictures)

ฟาสท์ 8 นี่ก็อีกเรื่อง ที่ขายแอคชั่นและบทบู๊ล้างผลาญแบบวินาศสันตะโรแบบจัดเต็ม นักวิจารณ์ยี้
แต่คนดูส่วนใหญ่ในโลกชอบ ผมก็ชอบ ^^ หนังว่าด้วยเรื่องสุดยอดวายร้ายสาวสุดจี๊ด
ที่เล่นเอาทีมดอมแทบไปไม่เป็นเลยทีเดียว หนังก้าวข้ามการแข่งรถไปแล้ว หนังพาไปสู่องค์กรร้ายข้ามชาติไปโน่น
ภาคนี้มีเรือดำน้ำ ภาคหน้าคงไปถึงยานอวกาศ 555+

ทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,235 ล้านดอลลาร์ ($1,235,761,498)

2. Beauty and the Beast (Walt Disney)

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นหนังเรื่องแรกของปีที่ทะลุพันล้าน ณ ปัจจุบันเป็นอันดับสองงของปีนี้
หนังมีความเทพนิยายแฟนตาซีสูงปรี้ด ภาพสวยจัด เพลงเพราะ สนุกเพลิดเพลิน อิ่มเอมเปรมใจ ไร้มลพิษ
หลังออกจากโรงหนัง ได้พลังด้านบวกออกไปสู้กับโลกความจริงที่โหดร้ายกันต่อไป..

ทุนสร้าง 160 ล้านดอลลาร์ จบรายได้ทั่วโลกที่ 1,263 ล้านดอลลาร์ ($1,263,521,126)

1.Star Wars: The Last Jedi (Walt Disney)
“สงครามดวงดาวยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพสตอร์มทรูปเปอร์” เพราะเดอะลาสท์เจไดยังไม่ออกจากโรงหนังครับ
แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ทำเงินไปสูงสุดของปีแล้ว หนังว่าด้วยเรื่องราวการปะทะกันของปฐมภาคีและฝ่ายต่อต้าน
ดราม่าแอคชั่นมาเต็ม แถมยังพลิกหลายตลบจนคนดูจับทางไม่ถูกเลยทีเดียว
ทุนสร้าง 200 ล้านดอลลาร์ รายได้ทั่วโลกที่ 1,320 ล้านดอลลาร์ ($1,320,568,448)

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากที่เรากล่าวมานั้น ยังมีอีกหลายภาพยนตร์ ระดับแนวหน้า ที่ทำเงินได้สูงเช่นกัน และ
เราเชื่อว่า ในอนาคต จะมีภาพยนตร์ อีกหลายเรื่อง ที่ก้าวขึ้นมาทำลายสถิตินี้…

Read More
จัดอันดับ 3 หนังสยองขวัญในปี 2017 ที่ยังคงสร้างความหลอนต่อเนื่อง

จัดอันดับ 3 หนังสยองขวัญในปี 2017 ที่ยังคงสร้างความหลอนต่อเนื่อง

หนังสยองขวัญเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งแนวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทย
โดยมีหลายภาพยนตร์ที่เป็นพล็อตหนังสยองขวัญพกพาความหลอนมาสร้างความประทับใจมาแล้วมากม
ายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2017 ที่ผ่านมา
ที่ถือว่าเป็นปีแห่งหนังสยองขวัญอย่างแท้จริง เพราะได้มีหนังแนวนี้ถูกนำมาฉายหลายเรื่อง
ซึ่งบางเรื่องถือได้ว่ามีกระแสตอบรับจากคอหนังแนวนี้ได้ดีสุดๆ เราจึงขอจัดอันดับหนังสยองขวัญ 3
เรื่องที่เรียกได้ว่าสร้างความหลอนให้แฟนๆได้แบบสุดๆในปีที่ผ่านมาให้ชมกัน
Split
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับ Spilt ที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของลายหนุ่มคนหนึ่งที่มีบุคลิกในตัวถึง 23 บุคลิก
และเคยสร้างความสยองขวัญมาแล้วในอดีต โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดของ เอ็ม.ไนท์
ชยามาลาน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อหนังสยองขวัญแนวหักมุมเหนือความคาดหมายที่ครั้นี้เขาทั้งเขียนบท
และกำกับเองคนเดียว สำหรับ Split ไได้ดาราดังอย่าง เจมส์ แม็คอะวอย มารับบทเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิก
23 บุคบิก และถูกจัดเป็นผู้ป่วยโครจิตคนหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในบุคลิกจาก 23
นั้นเป็นบุคลิกของชายคนหนึ่งที่มีจิตใจชั่วร้ายทำให้เขาได้จับเด็กสาวสามคนไปขังไว้ในบ้านหลังหนึ่ง
แต่ด้วยบุคลิกที่หลากหลายทำให้เกิดการต่อสู้กับตัวเองที่อีกบุคลิกต้องการพาเด็กสาวทั้งสามคนหลบหนี
แต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยบุคลิกที่ชั่วร้ายทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้มข้นภาพยนตร์เรื่องนี้
Ring 3
เห็นชื่อนี้ก็การันตีความหลอนได้เป็นอย่างดีหลังก่อนหน้านี้เคยสร้างความสยองขวัญมาแล้วถึง 2
ภาคด้วยกัน และกลายเป็นที่นิยมสำหรับคอหนังแนวนี้
โดยเรื่องราวในภาคนี้ค่อนข้างเหมือนกับภาคที่ผ่านๆมาหลังหญิงสาวคนหนึ่งบังเอิญเผลอไปดูวิดีโอที่ถูก
ส่งต่อกนัมาทางอีเมบทำให้ถูกคำสาปของเดอะ ริงส์
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญที่ทำให้วิดีโอนี้กลัมาสร้างความหลอนอีกครั้ง
สำหรับภาคนี้ได้ เอฟ จาเวียร์ กัซเทียเรซ คนเดิมมานั่งแท่นกำกับ
วึ่งรับประกันความสยองขวัญได้อย่างแน่นอน
Get Out
เรื่องสุดท้ายคือ Get Out
หนึ่งในหนังสยองขวัญที่แหวกแนวไปจากเดิมโดยเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่แฟนสาวของเขาเ
ชิญให้กลับไปเยี่ยมบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งช่วงแรกก็เป็นปกติทั่วไปที่มีญาติผู้ใหญ่ให้การต้อนรับ
แต่เมื่อผ่านไปคืนเดียวเรื่องราวความสยองก็เกิดขึ้นเมื่อเขากลับพบว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องการสังหารชายผิ
วสี
และตัวการสำคัญคือแฟนสาวของเขาที่เคยหลอกชายผิวสีมาสังหารคนแล้วคนเล่าจนกลายเป็นความสยอ
งของเรื่องนี้ที่พระเอกต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้…

Read More
อนิเมะสยองขวัญ

อนิเมะสยองขวัญ

อนิเมะสยองขวัญ
Higurashi No Naku Koro Ni
อนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นจากเกมแนว Visual Novel และถูกทำเป็นมังงะ และได้รับกระแสตอบรับมากในญี่ปุ่น
โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ เคอิจิ เด็กหนุ่มที่ต้องย้ายไปเรียนที่หมู่บ้าน "ฮินามิซาวะ"
และได้พบกับเรื่องราวสุดสยองขวัญหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งในอนิเมะเราจะได้ดูบทปริศนา พร้อมกับเฉลยรวม 8
บทด้วยกัน และจะได้เห็นตัวละครตายแบบสยองขวัญจนกว่าจะคลี่คลายเรื่องราวได้เลยทีเดียว
Corpse Party
อนิเมะสยองขวัญที่มาจากเกมแนว Visual Novel ที่ขายดีอีกเกม ซึ่งเป็นเรื่องราวของซาโตชิ
และผองเพื่อนที่เผอิญไปทำพิธีกรรมแบบประหลาดตามคำขอของเพื่อน
ทำให้ต้องไปติดอยู่ในอีกมิติหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าวิญญาณอาฆาต
Tokyo Ghoul
“คาเนกิ เคน” นักศึกษามหาลัยธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขาได้พบกับ “คามิชิโระ ริเสะ”
ในร้านคาเฟ่ อันเทย์คุ ที่ชอบไปประจำ เพราะความชอบที่เหมือนกันทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้เร็ว
ต่อมาคืนหนึ่งคาเนกิก็ได้รู้ว่า ริเสะ คือ กูล สิ่ง มีชีวิตที่กินมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งได้รับฉายาว่า จอมเขมือบ
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์หนึ่งทำให้คาเนกิต้องกลายเป็นกูลไป
จนได้ทำงานที่ร้านคาเฟ่อันเทย์คุซึ่งพนักงานในร้านล้วนเป็นกูลทั้งหมดDeadman Wonderland
“อิงาราชิ กันตะ” เด็กหนุ่มมัธยมต้น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ทำให้กันตะต้องกลายเป็น “ผู้ต้องหา”
คดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนและถูกส่งตัวเข้าไปขังใน Deadman Wonderland เพื่อรอการประหาร
ทำให้เขาได้รู้จักกับ “ชิโระ”สาวน้อยปริศนาแถมได้ค้นพบว่าตัวเองนั้นมีพลังประหลาดเพื่อต่อสู้กับ
เหล่านักโทษจนหมดSoul Eater ยมทูตแสบสายพันธุ์ซ่า
มากะ อัลบาร์น ผู้ใช้อาวุธ กับอาวุธเคียวปีศาจ โซล อีทเตอร์ ที่ตั้งใจรวบรวมไข่วิญญาณ คิชิน ได้ 99 ดวง
และเมื่อได้วิญญาณของแม่มดอีก 1 ดวง เพื่อทำให้อาวุธกลายเป็น Death Scythe อาวุธสุดยอดของเหล่ายมฑูต
แต่ผลสุดท้ายทั้งคู่ได้วิญญาณดวงสุดท้ายที่ไม่ใช่วิญญาณของแม่มด แต่กลับกลายเป็นวิญญาณของแมวที่ชื่อว่า
แบลร์ ท่านยมทูตจึงทำการให้ทั้งสองจึงต้องเริ่มรวบรวมวิญญาณใหม่และต้องร่วมมือกับ แบล็คสตาร์ และ สึบากิ
ในบทเรียนซ่อมที่ท่านยมทูตได้กำหนดให้
Jigoku Shoujo
อนิเมะจากมังงะแนวสาวน้อย ที่เป็นเรื่องราวของการล้างแค้นผ่านทางเว็บไซต์มรณะ
เพื่อลากคนที่เราต้องการแก้แค้นไปลงนรกจากตุ๊กตาฟางที่ได้รับจากสาวน้อยที่ ชือว่า "เอ็นมะ ไอ"
ซึ่งเธอนั้นจะมีผู้ช่วยเป็นเหล่าภูตผีในตำนานของญี่ปุ่น เพื่อช่วยในกันจับคนลงนรก…

Read More
ชัมบาลา : การเดินทางของ 2 คนบาป

ชัมบาลา : การเดินทางของ 2 คนบาป

SHAMBHALA (ซัมบาลา)
ผู้กำกับ : ปัญจพงศ์ คงคาน้อย
แนว : Romantic-Drama
นักแสดง : อนันดา เอเวอริงแฮม, ซันนี่ ซี สุวรรณเมธานนท์, โอซา แวง, ฝน – นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล,
ธนากรณ์ คุ้มภัย
เรื่อง / บทภาพยนตร์ : ปัญจพงศ์ คงคาน้อย และ ณัฐ นวลแพง (นาคปรก)
ค่าย : สหมงคลฟิล์ม
กำหนดฉาย : 23 สิงหาคม 2555
ซัมบาลา ภาพยนตร์ไทยแนว Road Movie โดยได้นักแสดงหน้านิ่งอย่าง ซันนี่ ซี สุวรรณเมธานนท์
มาเล่นบทนำ คู่กับ อนันดา เอเวอริงแฮม เอาจริงๆภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแนวเดินทางเพื่อตามหาอะไรสักอย่าง
เพราะจากประวัติเก่าๆของหนังแนวนี้ก็ล้วนไม่เวิร์คทั้งด้านคำวิจารณ์ และ รายได้
แต่เมื่อเห็นนักแสดงเท่านั้นคนดูก็ต้องยอมควักกระเป๋าเข้ามาชมทันที

ภาพยนต์แนว Romantic-Drama ชัมบาลา การเดินทางของ 2 คนบาป พร้อมสเตตัส คนนึง…
ออกเดินทางพร้อมความหลัง ส่วนอีกคน…ออกเดินทางด้วยความหวัง เพื่อตามหาอะไรซักอย่าง
ระหว่างเดินทางก็ต้องย้อนนึกภาพคนรักไปตลอดทุกสถานที่ ทำตามคำขอคนรักครั้งสุดท้าย
เรื่องย่อ
การเดินทางของ วุฒิ และ ทิน สองพี่น้องที่ต่างกันสุดขั้วในดินแดนหลังคาโลก ทั้งคู่ต้องเดินทางกว่า 5,700
กิโลเมตร พร้อมกันกับไกด์ชาวทิเบตที่ชื่อ “ตาวา” ที่พูดไทยได้ เพียง 3 คน ผ่านเส้นทางแห่งความศรัทธา วุฒิ
ผู้ที่ยึดมั่นในความรักมากกว่าสิ่งใด วุฒิ ได้ทำตามคำขอของแฟนสาวให้เดินทางไปยัง ชัมบาลา
ดินแดนที่ผู้คนเชื่อกันว่า เป็นประตูของโลกที่อยู่ในจุดที่ใกล้กับสวรรค์มากที่สุด การเดินทางที่ไปพร้อมกับ
ทิน พี่ชายสุดกาก แถม ไม่กินเส้น ที่อาสาเดินทางไปเป็นเพื่อนถ่ายภาพ
เรื่องราวสุดซึ่งในศาสนาของโลกจะเป็นอย่างไรคงต้องหามารับชมกัน

Read More